11 << 2014/12 >> 01
12345678910111213141516171819202122232425262728293031
2014-11-08 (Sat)
Title : baekdo | msn
PG : ??
Author : Regenz_ii
Note : ใครบังเอิญได้แวะเวียนมาอ่านก็ comment or has tag #baekdomsn








คุณรู้คุณค่าของคำว่าคิดถึงแค่ไหนกัน?






เลิกเรียนแล้ว กลับมาถึงบ้านแล้ว สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่การบ้านที่จะต้องส่งในวันพรุ่งนี้ แต่งแรกที่โด คยองซูทำก็คือการเปิดคอมพ์
เขามีนัดแบบนี้ในทุกเย็นเลยล่ะ คยองซูนั่งถูมือรอให้คอมพ์สตาร์ทอย่างเร่งรีบ แม้ชุดนักเรียนจะยังไม่ถอดก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง การบ้านค่อยทำก็ได้ ถ้าทำไม่เสร็จก็ไปลอกเพื่อนตอนเช้าเอาสาเหตุที่ทำให้เขาสละทุกอย่างขนาดนี้ก็เพราะว่ามีเรื่องที่เขาทำแล้วมีความสุขกว่าการทำการบ้านไงละ ทันทีที่คอมพ์รันเมนูออกมาจนครบมือเล็กก็รวมกันเป็นหนึ่งกับเม้าส์ทันที เขาไม่ต้องล็อคอินให้เสียเวลาเพราะตั้งให้เปิดหน้าต่างอัติโนมัติไว้แล้ว

และทันทีที่เปิดขั้นมาข้อความจากอีกหน้าต่างก็เด้งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว แต่ว่ามันคือข้อความออฟไลน์แหะ แสดงว่าคนส่งก็คงยังไม่ออน ในเนื้อความที่ส่งมาสองสามบรรทัดนั้นทำเอาคยองซูยิ้มไม่หุบ






23.35 : นอนเร็วจัง
: พรุ่งนี้รีบมานะ
: คิดถึง





คยองซูยิ้มให้กับข้อความจากคนที่เขาไม่เคยเห็นแม้แต่หน้า เพราะใช้ดิสเป็นรูปหมารูปหมีกันทั้งคู่มาตลอด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาหรอก แค่คุยกันแล้วแฮปปี้มันก็ดีแล้วนี่นา

"เฮลโหลววว เมื่อไรจะมา คิดถึงจัง" คยองซูพิมพ์ตอบกลับไปแล้วก็เอนหลังนั่งรออีกคนออนไลน์ แต่ทว่ายังไม่ทันไรก็มีข้อความตอบกลับมาซะอย่างนั้น

"มาแล้วหรอ คิดถึงเหมือนกัน"

"ช่ายย วันนี้เราสอบมา ยากมากเลย" พิมพ์ไปก็ยิ้มไป ทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แต่ก็เหมือนจะไม่ใช่ปัญหาเท่าไรนัก

"อ้อ แล้วทำไมวันนี้ไม่ขึ้นออนอะ" คยองซูถาม

"ก็อยากคุยกับแกคนเดียวอะ" ข้อความที่อีกฝ่ายตอบกลับมามันก็ชวนเขินแหะ คยองซูยิ้มแล้วก็เผลอนึกไปถึงวันแรกที่ได้คุยกัน อีกคนแอดเขามาจากไหนก็ไม่รู้แถมยังทักมาชวนคุยเรื่องเบาๆในแต่ละวัน ซึ่งตอนนั้นคยองซูก็ไม่ได้ใส่ใจจะคุยด้วยนักเพราะเขาก็กำลังคุยห้องรวมอยู่กับคนอื่นๆอย่างออกรส นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้คยองซูไม่เคยจำชื่อของอีกฝ่ายได้เลยสักครั้ง ไม่ว่าจะทักมากี่ครั้งคยองซูก็มักจะถามอีกฝ่ายเสมอว่า ชื่ออะไรนะ จำไม่ได้ แล้วก็จะโดนอีกคนงอน แต่ถ้าถามว่าทุกวันนี้เขาจำชื่อคนคนนี้ได้รึยัง เขาตอบได้เลยว่าจำจนขึ้นใจ






แบคฮยอน...






"วันนี้แกเป็นไงบ้างอะ เรียนเหนื่อยมั้ย" ตามปกติทุกวันที่ต้องถาม คยองซูไม่ได้ถามตามมารยาท แต่เขาถามเพราะความเป็นห่วง แต่แบคฮยอนจะคิดแบบเขาก็ไม่รู้สิ

"มากกก พรุ่งนี้มีสอบอีกแล้ว"

"สู้ๆนะแบค เราเป็นกำลังใจให้" ความจริงแล้วแบคฮยอนเป็นพี่เขาห้าปีเชียวนะเขาอยู่แค่มอห้าเอง ส่วนอีกฝ่ายคงเรียนใกล้จะจบแล้ว คยองซูเคยถามว่าเรียนที่ไหนอีกคนก็ตอบ ซึ่งมหาลัยนี้ใครๆก็ร้องรู้จักทั้งนั้น

"คยอง เย็นนี้เราว่าจะออกไปอ่านหนังสือกับเพื่อน" เหมือนแบคฮยอนจะบอกกลายๆแหะว่าเย็นนี้ไม่ว่างคุยด้วยนะเพราะต้องเตรียมตัวสอบ

"โอเค ไม่เป็นไร ตั้งใจอ่านนะ"

" okkk "

"แล้วจะกลับมาเมื่อไร" เพราะไม่อยากจบบทสนทนาลงแค่นั้นก็เลยถามต่อยื้อเวลาอีกสักหน่อย

"สามทุ่มมั้ง ไม่แน่ใจ"

"อย่ากลับดึกนะ มันอันตราย"

"ไม่ดึกหรอกไม่ต้องห่วง"

"ก็คนมันห่วงนี่"

"ขอบใจ" แบคฮยอนตอบมาแค่สั้นๆแล้วก็หายไป คยองซูหน้าสลดลงเล็กน้อยที่มันเป็นแบบนี้ เขาเลยตัดสินใจพิมพ์ถามไปอีกรอบว่าแบคฮยอนกินข้าวยัง? รายนี้ก็ตอบมาแค่ว่ากำลังสั่งอาหารอยู่ เราคุยกันอีกเล็กน้อยแบคฮยอนก็บอกว่าไปก่อนนะ บ้ายบาย ถึงคยองซูจะอยากรั้งไว้แค่ไหนแต่เขาก็ได้แค่พิมพ์ตอบกลับไปว่าโอเค บ้ายบายนะ ทั้งที่อยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่ไปได้ไหม


หน้าต่างแชทเงียบลงถนัดตา คยองซูพ่นลมหายใจออกมาเบาๆอย่างรู้สึกคว้าง เขารู้ว่าอีกคนคงจะไปแล้วจริงๆ ไม่อยากจะส่งข้อความไปรบกวนอีก เพราะแบคฮยอนเล่นมันผ่านมือถือระหว่างรอจึงหันไปทำอย่างอื่น อย่างเช่นการอาบน้ำทำการบ้านและลงไปกินข้าวเมื่อแม่เดินขึ้นมาตาม





สามทุ่ม.. คยองซูกลับมาเช็คข้อความอีกครั้งแต่ก็ว่างเปล่า มีแค่หน้าต่างสีส้มของคนอื่นที่เด้งมาเรื่อยๆ แต่คนที่อยากคุยด้วยทำไมถึงยังไม่ตอบกลับมา ร่างเล็กเริ่มเกิดอาการงอนคนทางนู้นอย่างบอกไม่ถูก ก็ถ้าอยู่ใกล้กันเห็นหน้ากันทุกวันเขาก็คงจะไม่คิดถึงขนาดนี้หรอก
แบคฮยอนรู้มั้ยว่าเป็นคนเดียวที่เขาคิดถึงแล้วยิ้มออกทุกครั้งไม่ว่าจะตอนไหน ทั้งความทะเล้นขี้เล่นของอีกฝ่ายก็ทำให้คยองซูตกหลุมรักคนทางไกลได้ในเวลารอันรวดเร็ว อาจดูเหลือเชื่อซ้ำยังน่าขบขัน หากแต่มันคือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับตัวเขา






แต่ความสัมพันธ์ของเรา มันไม่มีชื่อเรียก...







"คิดถึงจัง เมื่อไรจะมา" คยองซูพิมพ์ส่งไปอีกครั้งและก็มีแค่ความว่างเปล่าที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอ

คยองซูนั่งอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งฟุบหลับไปที่หน้าโต๊ะคอมพ์ เขาตื่นมารู้สึกตัวอีกทีตอนหกโมงเช้า พอตั้งสติได้ก็คว้าเม้าส์มาขยับไล่ล็อคสกรีนหน้าจอคอมพ์ให้พร้อมใช้งานอีกครั้ง เผื่อว่าแบคฮยอนจะตอบกลับมาแต่ก็ยังไม่มีการตอบรับใดๆ หกโมงเช้าของวันพฤหัสนั้นคยองซูจึงส่งข้อความในเอ็มเอสเอ็นไปปลุกอีกคนด้วยรอยยิ้ม

"ตื่นได้แล้ว นอนกินบ้านกินเมืองรึไง"

"กู้ดมอนิ่งนะ คิดถึงมากเลย :) " ทั้งหมดล้วนเป็นข้อความของเขาคนเดียวทั้งนั้น ช่างเถอะ แบคฮยอนคงยังไม่ตื่นหรอก

คยองซูเหลือบตามองอีโมติคอนรูปยิ้ม :) แล้วนึกถึงคำใครสักคนที่บอกว่ามันเป็นอีโมที่เสแสร้ง แต่สำหรับเขาแล้ว อีโมนี้ที่เขาส่งให้แบคฮยอนมันคือความจริงใจ และความรู้สึกดีๆที่มีให้ เขานั่งคิดย้อนไปถึงเรื่องก่อนหน้านั้น คิดว่าเราคุยอะไรกันไปบ้าง ในทุกความคิดก็เหมือนยิ่งตอกย้ำว่าเขามีความสุขมากขนาดไหน


"แบคฮยอนชอบเรามั้ย"

"ชอบมากกกกก"

"บ้า"









แต่ความสุขนั้นผ่านไปเร็วเหลือเกิน..






วันสุดท้ายที่เขาได้คุยกับแบคฮยอนคือวันที่ยี่สิบหก เราไม่ได้พูดลากันด้วยดีนัก เพราะอารมณ์ขี้น้อยใจของคยองซูนั่นแหละทำให้ทุกอย่างจบลงภายในเวลาสามเดือนเศษๆ

"เราไม่อยากคุยกับแกแล้ว" ตอนค่ำของวันสุดท้ายนั่น คยองซูตอบแบคฮยอนไปแบบนี้ ทั้งทีใจก็คิดนะว่าถ้ารั้งสักนิดก็จะหน้ามึนอยู่ต่อ แต่ทว่าไม่หรอก... ไม่มีข้อความได้ที่จะรั้งเขาไว้เลย

"ไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุยสิ"









เลิกเล่นได้แล้วโดคยองซู อย่าจริงจังกับคนที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าเลย








แล้วทีนี้เขาจะคิดถึงใครละ...








เขาจะยิ้มได้อีกครั้งเพราะใคร...








แล้วตอนนี้เขาร้องไห้ทำไม...?



สองมือเล็กๆยกขึ้นปิดหน้าตัวเองแล้วเริ่มร้องไห้ เขายังอ่อนเยาว์นักกับเรื่องละเอียดอ่อนพวกนี้ เขาไม่สามารถทำใจได้ แต่เมื่อสักครู่นี้เขากดลบแบคฮยอนออกจากลิสต์แล้ว ทั้งที่เป็นฝ่ายเดินออกมาเองแล้วจะมานั่งร้องไห้เพื่ออะไร เพื่อระรึกอย่างนั้นหรอว่าต่อไปสิ่งที่เคยมีมันจะไม่มีอีกแล้ว อยากจะขอโทษแต่ว่ามันอาจช้าไป คยองซูรู้ในความหนักแน่นและจริงจังของอีกฝ่ายที่มีต่อคนที่เป็นอดีต เขาจึงไม่มีความกล้าพอที่จะแอดอีเมล์ที่เขาจำได้ขึ้นใจนั้นกลับไปอีกครั้งเพื่อขอโทษ


คยองซูปล่อยเรื่องนี้ให้เงียบไปท่ามกลางคำถามของเพื่อนว่าวันนี้ไม่รีบกลับหรอ ปกติเห็นแทบจะถลากลับบ้าน ตั้งแต่วันนั้นบ้านก็ไม่มีแรงดึงดูดใดที่ทำให้อยากกลับอีกเลย



เวลาผ่านมาหลายวัน หลายสัปดาห์ กระทั่งผ่านไปหนึ่งปี คยองซูลืมเรื่องเก่าๆได้แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลืมแบคฮยอนได้ เขาไม่รู้สารทุกข์สุขดิบของอีกฝ่ายเลยสักอย่าง ซ้ำยังคงคิดถึงเสมอ นี่คงเป็นความผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ที่ทำให้เขาตัดสินใจคลิ๊กเข้าโฟลเดอร์บันทึกข้อความอัติโนมัติ และบันทึกเรื่องราวมากมายตั้งแต่วันแรกถึงวันสุดท้ายก็ย้อนคืนความทรงจำอีกครั้ง คราวแรกที่อ่าน เขายิ้มแก้มแทบจะฉีก แต่ทว่าผ่านไปไม่นาน ดวงตาคู่สวยก็มีน้ำตาอีกครั้ง เหมือนพาตัวเองมานั่งดูอดีต ทั้งที่รู้ว่ามันแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว



โดคยองซูคนที่เข้มแข็งกับทุกเรื่อง แต่ก็มักจะอ่อนเป็นนุ่นทุกครั้งกับเรื่องของความรู้สึก... ถ้าลืมไม่ได้ เขาก็จะขอจดจำไว้ก็แล้วกัน คยองซูตัดสินใจรวบรวมความกล้าของตัวกดป้อนอีเมล์แอดกลับเข้าไปอีกครั้ง ไม่ว่าแบคฮยอนจะเห็นหรือไม่ก็ตาม...




เขากดส่งข้อความสั้นๆกลับไปหาอีกฝ่ายที่ขึ้นออฟไลน์ หากแต่ดิสเพลย์กลับถูกเปลี่ยนเป็นรูปอื่นแล้วด้วยใจที่สั่นราวกลองชุด










23.57 : ผมคิดถึงพี่
















หนึ่งปีผ่านไป



ความรู้สึกดีๆย่อมมีไว้เพื่อจดจำ คยองซูเดินทอดน่องอยู่ตามถนนของมหาลัยแห่งหนึ่ง เขากวาดตามองร้านค้าขนาดกลางๆที่จำหน่ายเครื่องดื่มและขนมหวานอยู่ตามบริเวณต่างๆแล้วยิ้ม ทางเส้นนี้แบคฮยอนจะเคยใช้มันรึเปล่า แล้วร้านขนมพวกนั้นจะใช่ร้านเดียวกันกับที่แบคฮยอนเคยเข้าไปกินมั้ย

แบคฮยอนคงจะเรียนจบออกไปแล้ว เขาคงไม่มีโอกาสได้พบกับคนคนนี้... แบคฮยอนเคยบอกว่าจะทำงานใกล้บ้าน ซึ่งบ้านแบคฮยอนอยู่ใกล้จากที่นี่แทบจะคนละฝากฝั่ง

คยองซูสอบติดที่นี่อย่างไม่ตั้งใจนัก แต่คะแนนออกมากลับผ่านอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะมาสัมภาษณ์ที่นี่ เขานอนคิดแทบทั้งคืนว่าจะเลือกดีมั้ย ลองถามแม่ดูแม่บอกว่าให้ใช้ใจเลือก คิดว่าที่ไหนใช่ก็ลุยเลย และแน่นอนว่า...




ใจของเขา...






ที่นี่....








และคนที่นี่...










ใช่มาโดยตลอด...









เวลาประมาณบ่ายสองกว่าๆ คยองซูยืนมองการรับน้องที่ส่งเสียงดังอยู่ใกล้ๆนี่ด้วยความสนใจ สองขาก้าวตามเสียงกลองไปอย่างเชื่องช้า อีกสักครู่เขาเองก็คงต้องไปร่วมกิจกรรมที่คณะแต่เขาอดใจไม่ได้ที่จะยืนดูรุ่นพี่คณะตาเต็งนี่รับน้อง ดูท่าทางน่าสนุก โดยเฉพาะรุ่นพี่คนนั้นที่สวมชุดไบรเวทธรรมดา

ร่างนั้นกำลังยิ้มแย้มและละเลงสีลงหน้าของเด็กสาวอย่างสนุกสนานและดูท่าทางมีความสุขจนคยองซูเองยังเผลอยิ้มตาม และเขาคงจะมองนานไปหน่อยจนคนที่ถูกมองจึงช้อนตามองกลับมา รุ่นพี่คนนั้นยิ้มให้เขาก่อนจะเบนหน้าหันไปสนใจเพื่อนตัวสูงซึ่งเดินมาสะกิดหลัง






เอาละคยองซู ถึงเวลาต้องไปแล้ว...






ร่างเล็กยกมือขึ้นดูนาฬิกาดิจิตอลบนข้อมือ บ่ายสองยี่สิบนาทีแล้วนี่!! คยองซูจัดการกระชับสายกระเป๋าเป้สะพายข้างแล้วเร่งฝีเท้าออกเดินไปยังตึกคณะของตัวเองซึ่งอยู่ใกล้ๆกันกับบริเวณนี้ทันที

"เห้ย" เพื่อนตัวโย่งที่เดินมาสะกิดหลังพร้อมบอกว่าศิษย์เก่าที่แวะมาเยี่ยมนั้นสามารถกลับได้เลย

"เออๆมึงกลับก่อนก็ได้ กูว่าจะไปดูคณะใกล้ๆนี้รับน้องสักหน่อย" ร่างโปร่งพยักหน้าไล่เพื่อนให้กลับไปก่อนแล้วจึงค่อยหันหน้ากลับมาอีกครั้ง

สายตาจับจ้องไปที่เดิมหากแต่ว่าคนตัวเล็กนั้นหายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว...

ถึงจะคลาดกันไปก็ช่างเถอะ ร่างโปร่งป้ายสีลงบนแก้มของเด็กปีหนึ่งอีกครั้งแล้วเดินล่าถอยออกมาล้างมือ จากนั้นเขาจึงเลือกที่จะไปนั่งพักอยู่ที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นไม้


เขาล้วงหยิบเอามือถือออกมาเมื่อมีแจ้งเตือนดังขึ้น เป็นอีเมล์จากเอ็มเอสเอ็นซึ่งส่งมาบอกว่าจะปิดตัวลงแล้วภายในวันศุกร์นี้ ไล่สายตาอ่านคร่าวๆแล้วจึงเกิดอาลัยอาวรณ์ ขอล็อคอินเข้าไปสั่งลาโปรแกรมแชทนี้สักหน่อย

เขาล็อคอินผ่านอีบัดดี้ เพราะไม่สามารถหาโหลดเอ็มเอสเอ็นได้แล้ว และฉับพลันข้อความจากหน้าต่างแชทก็เด้งขึ้นมันเป็นชื่อที่เขาคุ้นเคยเมื่อนานมาแล้ว อีกฝ่ายแนบข้อความสั้นๆมาด้วย และมันถูกส่งมาตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้ว





23.57 : ผมคิดถึงพี่
(31 ตุลาคม 255X)







ร่างโปร่งคลี่ยิ้มออกมาเบาๆก่อนที่มือเรียวสวยจะยกขึ้นมาพัดเอาลมเข้าหน้าตัวเองแล้วถอดป้ายชื่อที่คล้องคออยู่ออก







ป้ายชื่อสีแสดที่มีชื่อเขาเขียนเป็นตัวอักษรสีดำ...









แบคฮยอน...








14.24 : คิดถึงเหมือนกัน












Fin.

คิดถึงคือความรู้สึกที่เราส่งไปแล้วมันไม่มีแจ้งรหัสพัสดุบอกว่าถึงรึยัง @khuno_o


| ♫~* baekdo | COM(0) | | TB(-) |
2014-10-26 (Sun)





Title : baekdo | messenger
PG : 17
Author : regenz_ii
Note : ข้าไปส่งของที่ไปรษณีย์มา เลยเกิดคึกคะนองอีกแล้วนะท่าน เด็กนี่มันเด็กจริงๆ Orz





กลิ่นคาวความหอมหวานเกิดขึ้นภายในห้องทำงานของหนึ่งในผู้บริหาร ท่วงท่าและบทรักราวกับจะติดไฟนั้นถูกจับจ้องโดยเด็กส่งเอกสารที่เพิ่งสมัครเข้ามาเป็นพนักงานใหม่เมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว ทุกคนในบริษัทนี้จะไม่มีสิทธิ์เข้าห้องต้องห้ามของผู้บริหารคนนี้โดยเด็ดขาดยกเว้นเสียแต่ว่าจะถูกเรียกหา และที่คยองซูมาที่นี่ก็เพราะจะเอาเอกสารมาให้เซฮุน เพียงแต่ไปดูที่ห้องทำงานประจำแล้วกลับไม่พบตัว และหัวเอกสารที่จ่าหัวไว้ว่าด่วนที่สุดนั่นแหละเป็นตัวบังคับให้คยองซูต้องมายืนเสล่ออยู่ที่ห้องนี้



มันก็แค่ห้องโสโครกที่มีความสะอาดสวยงามปกปิดความเฟะเอาไว้ แน่ละ ที่ว่าสกปรกนะคือการใช้ห้องนี้ในการทำเรื่องอย่างว่า
แต่ตอนนี้เขาก็รู้แล้วแหละว่าทำไมห้องนี้ถึงเป็นห้องต้องห้าม โดคยองซูยืนชะงักตัวนิ่งเพราะก้าวขาไม่ออก แม้จะมีเขายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้แต่เซฮุนผู้บริหารของที่นี่ก็ยังตั้งหน้าตั้งตาทำ ในขณะที่คนใต้ร่างกลับมีใบหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สา เขาคือคนที่คยองซูเคยเห็นหน้าในบอร์ดแผนกการเงินของบริษัท หัวหน้าแบคฮยอน...



ช่วงวินาทีเดียวที่แบคฮยอนยกมือขึ้นกำไหล่เซฮุนไว้แน่นนั้นสายตาคมริบจ้องมาที่คยองซูเหมือนจะไล่ให้เขารีบไสหัวออกไป ก่อนที่ใบหน้าหวานนั้นจะเหยเกเพราะแรงกระแทกอย่างหนักหน่วง แต่ทว่ากลับไร้ซึ่งเสียงครวญครางใดอย่างที่มันควรจะเป็น....
ภาพการกระทำเหล่านั้นยังคาตาคยองซูอยู่แม้กระทั่งในยามที่เขากำลังนอนกอดหมอนอยู่บนเตียง ณ ขณะนี้ การร่วมรักที่เหมือนกับว่าจะสุขสำราญใจเพียงฝ่ายเดียวแบบนั้นน่ะ แถวบ้านเขาเรียกว่าไม่เต็มใจ... แต่ถ้าไม่เต็มใจแล้วหัวหน้าจะไปนอนกับเซฮุนทำไมกัน?




คยองซูละความสนใจจากประเด็นนี้แล้วตัดสินใจออกจากห้องพักกลางดึก เพราะว่านอนดึกไปหน่อยท้องก็เลยร้องครวญอยากจะกินอะไรสักอย่าง ซึ่งถ้าเดินฝ่าความเปลี่ยวของโกดังในบริษัทไปได้แล้ว ทุกอย่างก็จะกลายสภาพมาเป็นเขตอุตสาหกรรมที่ไม่มีวันหลับใหล
แน่นอนว่าที่พักของเขาก็คือที่พักเดียวกับคนงานทั่วไป เพราะพักฟรีจึงไม่อยากจะเกี่ยงเรื่องความเปลี่ยวของระยะทางนัก และนี่คงเป็นครั้งแรกที่คยองซูเดินทอดน่องออกมาจากห้องพักทั้งที่ห้องพักอื่นๆในระแวกนี้เงียบกันไปหมดแล้ว



เขาไม่ค่อยคุ้นกับเขตโกดังและโรงงานแถวนี้เท่าไรนัก เพราะเขาทำงานที่ออฟฟิตของบริษัท เขาเลยไม่ได้มาคลุกคลีกับฝ่ายการผลิตของบริษัทนี้ก็เลยไม่ชำนาญทาง รู้แค่ว่าถ้าผ่านโกดังนี้ไปได้ก็จะเจอกับร้านสะดวกซื้อและรวมไปถึงร้านอาหารต่างๆด้วย
แต่ทว่าในระหว่างทางเดินที่เต็มไปด้วยกล่องและลังขนาดใหญ่แล้ว เสียงพูดคุยโทรศัพท์จากข้างหน้านี้ก็ทำเอาคยองซูต้องชะงักเท้า... ข้างหน้าที่มีแสงไฟสลัวนั่นมีใครบางคนอยู่ตรงนั้น... ตรงบริเวณประตูโกดัง



แน่นอนว่าคยองซูไม่กล้าแม้แต่จะเดินผ่านไป ขาเล็กชักกลับอย่างเชื่องช้าเพราะสายตายังคงมองคนในเงามืดนั้นอยู่อย่างนึกระแวง ก็คนตรงนั้นสบถหยาบคายราวกับไปหัวฟัดหัวเหวี่ยงมาจากไหนสักแห่ง
แล้วไหนจะกลิ่นบุหรี่เห็นสาบนั่นอีกละ คนปกติที่ไหนจะออกมานั่งสูบบุหรี่มืดๆแบบนี้ ขณะที่กำลังล่าถอยออกมานั้น จู่ๆร่างในเงามืดก็หันกลับมามองเขา นั่นแหละคือสาเหตุที่ทำให้คนตัวผอมรีบหันหลังแล้วเร่งฝีเท้าออกจากเขตทางเดินของโกดัง แต่เสียงฝีเท้าที่ตามมาติดๆนั่นละ... ใครคนนั้นกำลังตามเขามาในระยะที่ประชิดเกินไปจนน่ากลัว



"ไง"
คำทักทายคำแรกถูกส่งมาพร้อมกับที่แขนเล็กถูกรั้งไว้จนเผลอสะดุ้งดีดตัวกลับอย่างรวดเร็ว คยองซูทำใจแข็งหันกลับมาเผชิญหน้า เพราะยังไงเสียก็คงจะหนีไม่ทันซะแล้ว



"หัวหน้าแบคฮยอน..." หลังจากจ้องหน้าจนรู้แน่ว่าใครแล้ว แทนที่คยองซูจะใจชื้นเพราะเป็นหัวหน้าที่ทำงานบริษัทเดียวกันแต่เปล่าเลย เขากลับประหม่าและหวาดกลัวคนตรงหน้าที่ไม่แม้แต่จะยิ้มให้อย่างที่หัวหน้าแผนกควรปฎิบัติต่อลูกจ้าง คุณแบคฮยอน
เย็นชาจนรู้สึกได้...



"คิดว่าตัวเองมีเวลาพักมากกว่าคนอื่นหรือยังไงถึงได้เที่ยวออกมาเผ่นพ่านนอกที่พักกลางดึกแบบนี้"



"..."



"หรือเธอคิดจะมาขโมยของในโกดัง?"



"ไม่ใช่นะครับหัวหน้า!!"



"หึ ก็ถ้าตอบคำถามตั้งแต่แรกดีๆฉันก็คงไม่สงสัยหรอกว่าเธอจะมาขโมยของในโกดัง" คยองซูนั้นเกร็งเสียจนแทบไม่กล้าหายใจ ใครๆก็บอกว่าหัวหน้าแบคฮยอนใจร้าย แถมยังหน้านิ่งไร้อารมณ์ตลอดเวลา นี่ก็คงจะหน้านิ่งแม้กระทั่งตอนที่กำลังส่งเซฮุนขึ้นสวรรค์ด้วยละมั้งนะ



เดี๋ยวสิ....นี่คยองซูชักพาตัวเองวนกลับมาเรื่องนี้อีกแล้วจนได้ คนตัวผอมแก้มร้อนผ่าวเมื่อคนในความคิดกำลังยืนจ้องเขานิ่ง หัวหน้าคงไม่รู้หรอกมั้งว่าเขากำลังคิดอะไร



"คิดเรื่องที่เห็นเมื่อตอนบ่ายอยู่รึไง" แต่กลายเป็นว่าคุณแบคฮยอนกลับรู้เสียอย่างนั้น...



"เปล่าหรอกครับ คือ... ผมจะกลับเข้าที่พักแล้ว ยังไงหัวหน้าก็อย่านอนดึกมากนะครับ"



"ช่วงนี้ฉันเครียดน่ะ คงข่มตาหลับไม่ได้หรอกเว้นเสียแต่ว่า..."



"..."



"จะมีอะไรที่มันกินพลังงานฉันมากๆ อย่างเช่นการออกกำลังกาย" งั้นคงแสดงว่าเรื่องเมื่อตอนบ่ายมันยังกินพลังงานไม่พอใช่มั้ย? คำถามที่เกิดขึ้นในใจนี้เขาคงไม่กล้าพอที่จะถามออกไปพาะกลัวจะโดนเขม่นเอา หัวหน้าแบคฮยอนยิ่งน่ากลัวอยู่ด้วย
คนตัวผอมยิ้มออกมาบางๆแล้วตัดสินใจโค้งลาให้กับหัวหน้าแบคฮยอนก่อนจะขอตัวกลับเข้าที่พักซึ่งแบคฮยอนก็ไม่ได้ท้วงอะไรอีก แถมยังหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบราวกับไม่ใส่ใจในการไปของเขาเลยสักนิด



คยองซูหมุนตัวก้าวฉับๆกลับไปตามเส้นทางเดิมอย่างรวดเร็ว และเขาก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากบริเวณที่แบคฮยอนยังยืนอยู่ และคุณหัวหน้าก็รับสายด้วยถ้อยคำรุนแรง แถมยัวสบถคำหยาบส่งๆมาอีกจนเขาได้ยิน
คยองซูนึกสงสัยในตัวผู้ชายหน้าสวยคนนี้เหลือเกิน ว่าเพราะอะไรถึงได้มีท่าทีขัดกับภาพลักษณ์นักไหนจะใบหน้าเรียบเฉยและริมฝีปากที่จรดกันเป็นเส้นตรงแทบจะตลอดเวลานั่น..



ตลอดระยะเวลาสามสี่วันที่เขามาทำงานที่นี่ เขาจับจ้องมองผู้ชายร่างโปร่งคนนี้แทบจะทุกครั้งที่เดินผ่านหรือนั่งกินข้าวเยื้องๆโต๊ะกัน หัวหน้าแบคฮยอนไม่เคยยิ้มเลย...








เช้าวันถัดมา


พนักงานโดคยองซูยังคงทำงานตามปกติ ร่างเล็กกับรถเข็นที่วางเรียงรายเอกสารเอาไว้มากมาย คยองซูทยอยส่งตามลำดับความเร่งด่วน เขามีหน้ามี่แค่ส่งให้แต่คนที่จะรับไปส่งกับฝ่ายงานนั้นๆก็จะเป็นอีกคน ซึ่งคนที่มีหน้าที่ตามเก็บเอกสารพวกนั้นก็คือพี่มินซอก ไม่รู้ว่าบริษัทนี้ชอบพนักงานรับส่งเอกสารส่วนสูงน้อยหรืออย่างไร เพราะพี่มินซอกก็ขนาดตัวไล่กันกับเขานั่นแหละ



คยองซูทยอยส่งเอกสารเข้าชั้นนั้นออกจากชั้นนี้ชนิดที่ว่าใช้คุ้มงานสุดๆ จนกระทั่งถึงเวลาที่เป็นช่วงพักกลางวันนั่นก็คือเวลาสิบเอ็ดโมง เขาลงมาหาของกินตามร้านอาหารใกล้ๆพร้อมกับพี่มินซอก ซึ่งวันนี้รุ่นพี่ดูหน้าตาไม่สดใสเอาเสียเลย ระหว่างกินข้าวกันคยองซูจึงถามอาการ แล้วก็ได้รับคำตอบกลับมาว่าพี่มินซอกโดนไข้รุมเร้าอยู่ ไม่น่าละ วันนี้พนักงานที่ร่าเริงอย่างพี่มินซอกถึงได้ดูหมองเป็นพิเศษ



"ถ้าทำไม่ไหวทำไมไม่ลาพักก่อนละครับพี่มินซอก"



"พี่ก็ว่าอยู่นั่นแหละ แต่ว่ายังเหลือเอกสารต้องไปรับแล้วเอาไปส่งให้ห้องประสานงานอีกตั้งเยอะ" คนพี่พูดไปก็กุมขมับที่ชื้นเหงื่อไปด้วย ยิ่งเห็นริมฝีปากเล็กซีดเซียวแล้วคยองซูก็เหมือนถูกปลุกต่อมความดีให้ตื่นขึ้นมาเสียอย่างนั้น จึงได้เอ่ยปากขอรับดูแลงานที่เหลือของพี่มินซอกเอง แล้วให้พี่มินซอกลางานกลับไปพักผ่อนซะ ตอนแรกมินซอกก็ปฎิเสธหัวชนฝา แต่พอตัวเองไอโขลกจนหน้าดำหน้าแดงมินซอกจึงต้องยอมรับความหวังดีนั้น



"ขอบคุณนะคยองซู ความจริงอีกแปปเดียวเองก็จะเลิกงานแล้ว"



"ถ้าร่างกายไม่ไหวแล้วได้ลางานยาว ผมว่ามันจะส่งผลกระทบกว่านี้นะ" ฟังดูสมเหตุสมผลจนเถียงไม่ออก ดังนั้นหลังจากกินข้างกันเสร็จคยองซูจึงอาสาเดินไปส่งพี่มินซอกที่ห้องพักด้วย แต่เพราะห่วงคนอื่นมากเกินไปนั่นแหละตัวเองถึงต้องมารับบทหนักตั้งแต่ช่วงบ่าย หากแต่จะเหนื่อยขนาดไหนก็ยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้าอยู่ตลอดเวลา



ขณะที่รถเข็นเอกสารถูกเข็นผ่านแผนกการเงิน ดวงตากลมโตก็อดไม่ได้ที่จอดส่องหาคนที่เขาชอบมองหาเป็นประจำ แต่ทว่าเมื่อมองเข้าไปยังห้องทำงานประจำที่เป็นกระจกใส แทนที่เขาจะพบหัวหน้าแบคฮยอนที่ควรจะนั่งหน้านิ่วอยู่ข้างในนั้น แต่ทว่ากลับไร้ซึ่งวี่แวว คยองซูจึงหันมาสนใจกับงานของตัวเองต่อ แต่ก็ไม่วายจะแอบกวาดสายตามองหาไปรอบๆอยู่ดี




คนตัวผอมออกรับแจกจ่ายเอกสารจำนวนมากที่ได้รับมาจนกระทั่งเดินมาถึงชั้นของผู้บริหาร จู่ๆก็มีเลขาหน้าห้องกวักมือเรียกเขาให้เข้าไปหา
"พี่ฝากส่งให้หัวหน้าการเงินด้วยนะจ้ะ" คุณแบคฮยอนน่ะหรอ?



"เอกสารด่วนไหมครับ ผมจะได้จัดเวลาให้ทัน"



"ไม่จ่ะ ไม่ด่วนแต่ว่าสำคัญมาก ยังไงก็ฝากส่งให้ถึงมือเขาด้วยนะ ห้ามฝากไว้กับใครเด็ดขาด"



"ดะ..ได้ครับ" เอกสารถึงหัวหน้าแบคฮยอน... มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่โตอะไรมากมายหรอกที่จะเอาไปส่งให้ แต่ว่าเมื่อคยองซูย้อนกลับมาที่แผนกการเงินแล้ว เขาก็ยังไม่เจอแบคฮยอนอยู่ดี คนตัวเล็กตัดสินใจถามพนักงงานโต๊ะใกล้ๆก็ได้ความว่าหัวหน้าลางานไปตั้งแต่เช้าแล้ว เธอแนะนำให้คยองซูแวะเอาเอกสารไปให้ที่ห้องพักของหัวหน้าด้วยตัวเอง
ก็เพราะเธอรู้ไงว่าคนทั้งแผนกไม่มีใครอยากวุ่นวายกับหัวหน้าเท่าไรนักถ้าหากว่ามันไม่สำคัญจริงๆ จึงไม่น่าแปลกที่เวลามีเอกสารด่วนมาในวันที่แบคฮยอนลางานทีไร พวกเด็กเอกสารถึงได้ต้องถ่อไปส่งให้ถึงห้องพัก และก็พ่วงท้ายด้วยการโดนด่ากลับมาทุกครั้งว่าไปรบกวน คนอะไรเกิดมาไม่เคยพบเคยเห็น



"ถ้าเอกสารมันไม่ด่วนมากนายก็ค่อยแวะเอาเข้าไปให้หัวหน้าตอนเย็นก็ได้นะ อ้อ..คุณแบคฮยอนเขาพักอยู่ห้องพักคนงานตึกสามชั้นสามนะ" พนักงานสาวตอบกลับมาแค่นั้นก่อนจะตัดบทสนทนาโดยการหันไปสนใจกับคอมพิวเตอร์ที่พิมพ์งานค้างไว้
นี่แหละคืองานหินที่สุดของคยองซู ลำพังเจอกันผ่านๆเขายังหนาวๆร้อนๆ แล้วนี่ต้องไปถึงห้อง ถ้าเขาดวงดีเขาก็คงจะไม่โดนแบคฮยอนวางระเบิดใส่ ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ...




เพราะเหตุการณ์นี้นั่นแหละ ช่วงเย็นหลังเลิกงานเขาถึงต้องถือซองเอกสารสีน้ำตาลเดินมาส่งให้กับคนปลายทางถึงตึกคนงานตึกสาม ซึ่งเป็นตึกคนงานตึกสุดท้าย และตึกท้ายสุดของเขตอุตสาหกรรมนี้เลย
น่าแปลกที่แบคฮยอนเป็นถึงหัวหน้าแต่กลับเลือกมาพักอยู่ในห้องพักคนงานเก่าๆแคบๆ ซึ่งเหตุผลที่เลือกพักคงไม่ใช่เพราะว่ามันฟรีอย่างเดียวหรอก คนระดับหัวหน้าแบคฮยอน อย่างน้อยก็น่าจะมีบ้านพักส่วนตัวบ้างแหละน่า ถึงคยองซูจะเห็นแค่แบคฮยอนใส่เชิร์ตขาวสลับกับเชิร์ตดำมาทำงานแบบไร้เสื้อนอกแทบตลอด แต่เป็นถึงหัวหน้าเชียวนะ จะไม่มีเงินเลยหรอ ถ้าเป็นพนักงานต๊อกต๋อยแบบเขาละก็ว่าไปอย่าง





แล้วนี่หัวหน้าเขาพักอยู่ห้องไหนของชั้นสามละ?





เพราะเดินมาถึงชั้นสามแล้วแต่ก็ยังลังเล ไม่กล้าเคาะสุ่มมั่วๆหรอก แต่ละชั้นมีห้องพักเป็นสิบๆห้องจะให้ไล่เคาะหมดก็เกรงใจคนอื่นเขา คนตัวเล็กกอดกระชับซองเอกสาร แล้วสังเกตุรองเท้าหน้าห้องเอา ทุกห้องจะมีรองเท้าวางระเกะระกะ เว้นเสียแต่ห้องสุดท้ายที่หน้าประตูโล่งเปล่า... ไม่มีแม้แต่รองเท้าแตะสักคู่ ซึ่งดูไปแล้วก็อาจจะเป็นไปได้ว่านั่นคือห้องพักคุณแบคฮยอน



โดคยองซูยืนสูดอาการเข้าปอดเรียกความมั่นใจอยู่นานสองนานกว่าจะกล้ายกมือขึ้นเคาะประตู ให้ตายเถอะ ตอนเข้าสมัครงานเขาก็ยังไม่ตื่นเต้นขนาดนี้เลย และรอเพียงอึดใจเดียวประตูบานเก่าก็เปิดออกพร้อมกับใบหน้าซีดของแบคฮยอนที่ชะโงกออกมา



"มีอะไร" ประโยคที่คิดไว้อยู่นานสองนานก่อนเคาะประตูนั้นถูกกลืนลงท้องไปทันมีมี่สบกับนัยน์ตาสีเทาเข้ม



"คุณนอนโดยไม่ถอดคอนแท็คเลนส์หรอครับ?" แทนที่จะตอบคำถาม กลับกลายเป็นว่าเขาเป็นฝ่ายถามเสียอย่างนั้น และนี่แหละก็คือตัวแปรที่ทำให้คิ้วของหัวหน้าเริ่มขมวดเข้าหากัน
บานประตูเก่าๆถูกเปิดออกกว้างเหมือนไปการเชิญให้เข้ามาข้างในก่อนแบบกลายๆ คยองซูถอดรองเท้าไว้ด้านนอกแล้วเดินตามเข้าไปก่อนจะไม่ลืมที่จะปิดประตูห้อง สิ่งที่มองเห็นคือความสะอาดและเนี้ยบเป๊ะทุกบริเวณ
จะมีก็แค่เตียงเท่านั้นที่ยับยู่แล้วก็ผ้าห่มผืนใหญ่ที่เหมือนถูกถีบออกอย่างลวกๆ นี่เขามารบกวนเวลานอนของคุณแบคฮยอนจริงๆใช่มั้ย



"ผมมารบกวนเวลานอนของคุณรึเปล่าครับ"



"ใช่" คำตอบสั้นๆแต่ทำเอาคยองซูหน้าชาเป็นแถบๆ ยิ่งมีร่างสูงโปร่งของแบคฮยอนยืนจ้องเขม็งอยู่ก็ยิ่งตัวหดตัวลีบกันไปใหญ่ คุณแบคฮยอนในชุดเสื้อยืดคอวีสีดำกับกางเกงวอร์ม แทนที่มันจะดูสบายๆแต่กลับกลายเป็นว่าเขร่งขรึมเสียอย่างนั้น บรรยากาศเงียบเชียบจนคยองซูมีเหงื่อออกตามไรผม



"ผมเอาเอกสารจากคุณแตฮีมาให้คุณครับ"



"วางไว้ตรงโซฟานั่นแหละ" พอคยองซูเอี้ยวตัวไปก็เห็นโซฟาหนังขนาดยาวอยู่ชิดกับผนังห้องด้านประตู ประเภทที่ว่าเปิดประตูมาก็กระโดดทิ้งตัวนอนได้สบาย



"ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับเลยนะครับ" พนักงานเดินเอกสารวางซองสีน้ำตาลในมือไว้บนโซฟาแล้วเตรียมตัวกลับ



"เดี๋ยว"




"ครับ?"



"สี่ทุ่มกลับเข้ามาเอาเอกสารนี้กลับไปด้วย"



"แต่..."



"ถ้าเธอไม่มาเธอก็เตรียมตัวสมัครงานที่อื่นไว้เลย เพราะฉันพยอนแบคฮยอน จะทำทุกทางเพื่อบีบเธอออกถ้าเธอไม่กลับมาที่นี่อีกครั้งตามที่ฉันสั่ง" เวลาถามตอบปกติถามคำตอบคำ แต่เวลาออกคำสั่งและวางมาดใจร้ายเนี่ยร่ายยาวมาเป็นเรียงความ



"ครับ ผมจะมา" แบคฮยอนเดินเข้ามาหยิบเอกสารบนโซฟาแล้วเบนหน้ากลับมามองคยองซูซึ่งยืนอยู่ที่ประตู ใบหน้าเรียวยาวยกยิ้มมุมปากให้กับคยองซูพร้อมกับดวงตาภายใต้คอนแท็คเลนส์นั้นมองมาที่เขาด้วยสายตาที่ชวนให้ขนลุก



"เอ่อ... ผมขอตัวกลับนะครับ" เกิดมาเป็นผู้น้อยนี่ไม่มีสิทธิ์จะปฎิเสธอะไรเลยหรืออย่างไร?
คยองซูกลับมาถึงห้องพักตัวเองในเวลาหกโมงเย็น เพราะลงจากห้องคุณแบคฮยอนไปเขาก็แวะไปหาของกินต่อ ขนาดกลับมาถึงห้องแล้วภาพรอยยิ้มเย็นชาชวนให้ขนลุกนั่นก็ยังฉายเป็นมโนภาพออกมาในทุกครั้งที่เขาเผลอเหม่อลอย
คยองซูสะบัดหัวตัวเองไล่อาการเหม่อแล้วลุกไปคว้าผ้าขนหนูหายเข้าห้องน้ำไป วันนี้เขาอาบน้ำนานเป็นพิเศษเพราะใช้เวลาหมดไปกับการคิดเรื่องนู่นเรื่องนั่นจนมือที่ถูสบู่ก็ยังคาอยู่นานสองนาน





ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก..




เสียงเข็มวินาทีของนาฬิกายังเดินต่ออย่างไม่หยุดหย่อน รวมไปถึงระยะเวลาในการกลับไปที่ห้องของคุณแบคฮยอนนั้นก็หดสั้นลงมาเรื่อยๆ เอาน่าโดคยองซู ก็แค่กลับเข้าไปเอาเอกสาร ไปให้ทันแล้วชิ่งกลับให้เร็ว แค่นี้ก็จะไม่ต้องทนอึดอัดกับคุณหัวหน้าแผนกการเงินแล้วละ คยองซูวาดขาขึ้นมาก่ายหมอนข้างเอาไว้แล้วซบหน้าลงกับหมอน บางทีถ้างีบสักหน่อยมันก็คงจะดีไม่น้อยเลย เพราะว่าวันนี้เขาเองก็ล้ามาทั้งวัน




ตามมารยาทแล้ว คนที่ถูกนัดก็ควรจะไปรอพบก่อนสักสิบนาที แต่โดคยองซูใจร้อนกว่านั้น เขามาถึงที่หน้าตึกสามตั้งแต่ตอนสามทุ่มเศษๆ และพอมาถึงก็เห็นรถคันหรูจอดอยู่ที่หน้าตึก ซึ่งความจริงแล้ว รถสวยขนาดนี้คงไม่ใช่คนงานธรรมดาแน่ๆละที่ขับมัน และเขาก็รู้ด้วยว่ามันเป็นรถของใคร คยองซูแหงนหน้าขึ้นมองไปยังห้องพักของแบคฮยอนซึ่งอยู่ด้านริมสุด ดวงตากลมสั่นไหวเล็กน้อยเมื่อไฟในห้องที่สว่างโร่นั้นถูกปิดลง คุณแบคฮยอนนอนแล้วอย่างนั้นหรอ? หรืออีกฝ่ายจะลืมกันละว่านัดเขาไว้



คยองซูคิดได้แบบนั้นก็ก้าวขาขึ้นบันไดมุ่งไปยังชั้นสามทันที คนตัวเล็กกึ่งเกินกึ่งวิ่งมาเพราะร้อนใจอย่างบอกไม่ถูก ถ้าหากคุณแบคฮยอนลืมนัดเขา เขาก็จะไม่ได้เอกสารกลับไปส่งให้คุณแตฮี แล้วคนโดนด่าก็ต้องเป็นเขาอีกนั่นแหละ ซวยจริงๆ
คยองซูแทบกลั้นหายใจเมื่อยกมือขึ้นเตรียมเคาะประตู แต่ทว่าเสียงจากข้างในก็ทำให้ลมหายใจที่กึ่งกลั้นของเขานั้นแทบจะหยุดหายใจไปเสียดื้อๆ เสียงแผ่วเบาจากข้างในนั้นเหมือนกวักมือเรียกให้คยองซูแนบหูลงกับบานประตูอย่างเชื่องช้าเพราะความสอดรู้



"ฉันเจ็บนะ!!"



"เจ็บก็ร้องออกมาสิแบคฮยอน"








เสียงนั่น..








คยองซูไม่มีมทางลืมหรอกว่ามันเป็นเสียงระหว่างใครกับใคร เซฮุนมาที่นี่ และกำลังอยู่ในห้องกับหัวหน้าแบคฮยอน เสียงอึกอักจากข้างในคยองซูแทบไม่ต้องเดาว่าเขากำลังทำอะไรกัน
"เงียบทำไม ไม่มีอารมณ์รึไง"



"ก็รู้หนิ" เสียงฮึดฮัดของแบคฮยอนที่ดังอยู่ทำเอาคยองซูเผลอกลืนน้ำลายลงคอเพราะความแห้งเฟือด



"จะเอายังไง จะให้เรื่องนี้จบลงแค่ฉันหรือไปถึงหูพ่อของนาย หึ...แต่ฉันเตือนไว้ก่อนนะว่าท่านประทานคงไม่ชอบใจนักหรอกนะ"



"ขู่ฉันหรอเซฮุน"



"ฉันทำจริง" เสียงสนทนาภายในหยุดลงแล้วแต่การเคลื่อนไหวยังคงต่อเนื่อง คยองซูกำชายเสื้อตัวเองแน่นแล้วล่าถอยออกมา ใบหน้าขาวใสขึ้นสีชมพูอ่อนที่พวงแก้ม ครั้งที่สองแล้วนะที่เขามาได้ยินอะไรแบบนี้ คนตัวเล็กตบแก้มตัวเองสองสามทีแล้วเร่งลงมาจากชั้นสาม







ให้ตายเถอะ...






เขาควรจะกลับมาที่นี่อีกครั้งในเวลาสี่ทุ่มตามนัดหรือว่าจะแกล้งๆลืมไปดีนะ...





เมื่อสักครู่นี้เขาได้ยินเซฮุนพูดถึงพ่อของคุณแบคฮยอน หรือมันจะจริงอย่างที่พี่มินซอกเคยเล่าให้ฟังเกี่ยวกับบริษัทนี้ตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาทำงานที่นี่ 'เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพยอนแบคฮยอน....'








สี่ทุ่มตรง


คยองซูกลับมายืนอยู่ที่หน้าตึกสามอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีรถคันหรูจอดอยู่แล้ว แถมรอบๆบริเวณก็เงียบเชียบไปหมด ไฟของห้องพักแต่ละห้องที่เคยสว่างก็ถูกปิดลง คาดว่าคนงานคนอื่นๆคงหลับหมดแล้ว เว้นก็แต่ห้องของของหัวหน้าแบคฮยอนที่เปิดไฟสว่างโร่อยู่ห้องเดียว คยองซูกำมือเข้าหากันแล้วเริ่มออกเดินอีกครั้ง แต่ละก้าวของบันไดนั้นเชื่องช้าราวกับว่าเจ้าของร่างกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก แต่ท้ายที่สุดคยองซูก็พาตัวเองมาหยุดที่หน้าห้องของแบคฮยอนอีกเป็นครั้งที่สามของวัน





ก๊อก ก๊อก ก๊อก


มือเล็กเคาะเรียกหา และเพียงครู่เดียวที่ยืนกำมือรออย่างใจจดจ่อนั่น แบคฮยอนก็เปิดประตูออกมา คยองูแทบไม่กล้าก้าวขาเมื่อเจ้าของห้องนุ่งผ้าขนหนูอยู่ผืนเดียวโดดๆ แถมตามช่วงแผงอกกว้างนั้นก้มีรอยสีแดงจืดจางให้เห็นอยู่บ้างประปราย บวกด้วยกลิ่นหอมของผิวกายแล้วก็คงเดาไม่ยากว่าอีกฝ่ายคงเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ



"นึกว่าเธอจะไม่มาซะแล้ว" แบคฮยอนพูดพลางหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาแล้วคว้าเอาบุหรี่ในจานแก้วขึ้นมาดูดต่อ แถมยังทำท่าทางไม่รู้สึกรู้สาหรืออับอายอะไรเลยที่มานั่งเปลือยท่อนบนต่อหน้าคนที่ไม่รู้จักมักคุ้นอย่างคยองซู
แต่ทำไมพยอนแบคฮยอนจะไม่รู้จักโดคยองซูกันละ?



"ความจริงแล้วผมมาที่นี่แล้วเมื่อตอนสามทุ่ม" คยองซูใช้มือปัดไล่ควันสาบแล้วเดินไปนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับแบคฮยอนแต่ก็เว้นระยะห่างซะจนเหมือนกับว่ารังเกียจที่จะนั่งใกล้ คนตัวเล็กจิกมือลงบนหน้าขาตัวเองแล้วหันไปมองคนที่นั่งเอนหลังพิงโซฟาพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ฟุ้ง



"ผมได้ยิน.." คนที่กำลังจะพูดชะงักปากทันทีเมื่อแบคฮยอนเบนหน้ามามอง นัยต์ตาสีขลับนั่นจ้องลึกราวกับจะสั่งว่าหุบปากสักที
แบคฮยอนคีบมวนบุหรี่ออกแล้วฝังมันลงกับจานแก้วอีกใบจนไฟสีแดงอ่อนนั้นมอดดับ



"..." ก่อนที่ความเงียบจะปกคลุม แบคฮยอนโยนซองสีน้ำตาลพร้อมกับกระดาษอีกจำนวนหนึ่งมาให้คยองซู





มันเป็นเอกสารที่ถูกส่งมาจากศาล...




หมายศาลเรียกเนื่องจากบริษัทพีกรุ๊ปขอแจ้งดำเนินคดีกับพยอนแบคฮยอนในกรณียักยอกทรัพย์ของบริษัท..





"ถ้าอยากให้เรื่องจบ ก็นอนกับมันตามจำนวนเลขศูนย์ของเงินที่ฉันเอาไป"



"สองล้าน..." แบคฮยอนไหวไหล่แล้วชักสีหน้าเรียบๆ ก็แค่เจ็ดครั้ง ทุกอย่างก็จบ ถอนฟ้อง เรื่องเงียบ และไม่ไปถึงหูพ่อของเขา คงตลกพิลึกที่ลูกชายเจ้าของบริษัทมายักยอกทรัยพ์ของบริษัทพ่อตัวเอง



"ฉันไม่อยากมีปัญหา" แบคฮยอนพูด



"งั้นก็แปลว่าคุณเต็มใจที่จะยอมให้เซฮุน..."



"มันก็สนุกพิลึกนะ เวลาได้อยู่ข้างล่างน่ะ" รอยยิ้มมุมปากของแบคฮยอนมันช่างไม่น่ายินดีเอาเสียเลย คยองซูขยับตัวออกห่างแบคฮยอนเล็กน้อยแล้ววกกลับมาเข้าเรื่องที่ทำให้เขาต้องกลับมาที่นี่อีกครั้ง



"ผมได้เอกสารแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับนะครับคุณแบคฮยอน"



"จะรีบไปไหนละครับคุณคยองซู" ขณะกำลังจะลุกออกแบคฮยอนก็ผุดลุกขึ้นมาตาม ซ้ำยังรั้งข้อแขนเล็กเอาไว้แน่น




คุณคยองซูอย่างนั้นหรอ..?





"เห็นจบตั้งอเมริกา แต่ทำไมถึงมาสมัครเป็นเด็กส่งเอกสารละครับ ทำไมไม่ใช้เส้นของพี่ชายตัวเองเข้าทำงานในตำแหน่งที่มันดีกว่านี้หน่อยละครับ"



"..."



"บางทีถ้าลองขอดู เซฮุนพี่ชายของคุณก็อาจจะใจดีช่วยเลื่อนตำแหน่งให้ก็ได้นะครับ"



"คุณรู้..."



"ก็เพราะรู้ไงละครับ ผมถึงต้องมาตามเก็บดอกเบี้ยจากคุณ" เพราะจ่ายหนี้ให้พี่ชายแล้ว คราวนี้ก็ต้องมาตามเก็บดอกกับคนน้อง เซฮุนบังคับเขาเท่าไรเขาก็จะไปลงกับน้องของมันแทน ทีแรกก็ไม่ได้มีเรื่องแบบนี้ในหัวหรอก แต่ความคิดมันกลับผุดขึ้นมาเมื่อได้ยินความจริงจากปากของเซฮุนว่าคยองซูน่ะคือน้องชายแท้ๆที่เข้ามาทำงานจากขั้นต่ำๆก่อนจะใช้ความสามารถที่มีในการคว้าเอาตำแหน่งที่สูงขึ้น



เรียกว่าหวังจะเริ่มจะระดับล่างขึ้นไปหาระดับสูง อ่า.. แน่ละ คนเราก็ต้องไล่จากล่างขึ้นบนอยู่แล้วนิ...




"แต่เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกับผม" คยองซูขมวดคิ้วแน่นพร้อมกับพยายามชักมือออกจากพันธนาการของอีกฝ่าย ซึ่งแบคฮยอนก็ยอมปล่อยมือออกยอมให้คนตัวผอมสะบัดมือจนหลุดแล้วก็เปิดประตูออกไป แต่เขาไม่ใจดีขนาดนั้นหรอก ดอกเบี้ยน่ารักขนาดนี้จะไปหาเก็บได้จากที่ไหน แบคฮยอนยกยิ้มแล้วเร้งฝีเท้าตามออกไป คยองซูก้าวฉับๆจนเกือบถึงทางลงบันไดแต่เป็นแบคฮยอนที่คว้าคอเสื้ออีกฝ่ายเอาไว้ได้ซะก่อน
ผนังห้องแถวนั้นจึงแทบจะกลายเป็นเตียงจำลองเมื่อคนตัวบางกว่าถูกดันเข้าไปชิดอย่างแนบสนิท ดวงตาที่หวาดหวั่นนั้นเห็นแล้วรู้สึกสยิวแบบแปลกๆแหะ



"พี่ชายคุณมันมาเก็บต้นไป คุณก็เป็นดอกให้ผมหน่อยสิครับไม่สงสารรึไงที่ผมไม่ได้อะไรเลย" ปากบางสาละวนกระซิบอยู่ข้างหูจนคยองซูต้องหดคอหนี ความเงียบของพื้นที่รอบๆก็มีเสียงขลุกขลักของเขานี่แหละที่น่ารำคาญหูที่สุด ถ้าคนงานในห้องพักที่อยู่เบื้องหลังของเขานี้ตื่นขึ้นมาเห็นคงได้ตกเป็นขี้ปากคนทั้งบริษัทแน่



"แต่คุณก็ได้สองล้านไปใช้หนี้พนันบอลของคุณแล้วนิ" มือเล็กดันอกกว้างให้ห่างออก เรื่องเงินน่ะเขาพอรู้จากเซฮุนบ้างว่าถูกยักยอกไปทำอะไรแต่ก็ไม่เคยรู้หรอกว่าวิธีใช้หนี้แบบนี้มันก็มีอยู่บนโลกด้วย พี่ชายของเขาคิดอะไรอยู่กันแน่



"เก่งนะครับ รู้ด้วยว่าผมเอาไปทำอะไร" ก็แค่ยอดในบัญชีไม่พอน่ะ ก็เลยขอยืมพ่อมาใช้ก่อน แต่ยืมในที่นี้คือการแอบยืมออกมาในรูปแบบเดียวกับพวกโจร แล้วค่อยเข้าไปแก้ไขข้อมูลตัวเลขในระบบบัญชีเอา เขาน่ะเป็นถึงหัวหน้าเลยนะ เรื่องแค่นี้สบายมาก



"คุณก็ได้เงินไปแล้ว แล้วคุณจะมาอยากได้อะไรอีก" เด็กส่งเอกสารตัวเล็กที่วันๆเอาแต่ยิ้ม บัดนี้กลับวางมาดราวกับผู้บริหาร เขาจบมาสูงพอที่จะรู้จักใช้หัวคิดว่าควรจะจัดการกับคนตรงหน้านี้อย่างไร











"แต่ผมอยากได้คุณด้วย"












เนื้อเสียงกระเส่านั้นจบลงพร้อมกับลิ้นร้อนๆแตะวาดเลียลงบนคอขาวผ่อง คยองซูกำมือแน่นแล้วออกแรงผลักอีกฝ่ายออกห่าง เขาจะหนีไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด แต่ทว่ามันก็ไม่ค่อยเป็นอย่างใจนึกสักเท่าไร
แบคฮยอนจับเขาพลิกหันหลังแล้วกดหน้าเขาจนแนบไปกับผนัง ยิ่งคยองซูดิ้นคนที่ซ้อนหลังอยู่ก็เบียดตัวเข้าหาอย่างแนบแน่น



"เลือกเอานะครับ ว่าจะเล่นกันที่หน้าห้องคนอื่นเขาหรือจะกลับเข้าห้องไปกับผม" ข้อเสนอทางไหนก็น่าทุเรศและไม่เป็นธรรมสำหรับคยองซูทั้งนั้น



"ถ้าเลือกไม่ได้ เดี๋ยวผมจะเลือกให้คุณเอง" แบคฮยอนกระชากร่างผอมให้ออกห่างจากผนังแล้วย่อตัวลงจัดการอุ้มคนตัวเล็กๆขึ้นพาดบ่า ออกจะชอบด้วยซ้ำเวลาที่คยองซูเอาแต่จิกหลังเขาไปมาแบบนี้
ร่างเบาถูกโยนจนลอยหวือไปตกลงบนเตียงสปริงนุ่มนิ่ม และก็เป็นแบคฮยอนที่ตามขึ้นมา สองขาถูกรวบเข้าหากันแล้วกระชากดึงกางเกงขาวยาวสีเข้มจนหลุดออกพ้นข้อขา เหมือนเป็นสมรภูมิรบขนาดย่อมก็ไม่ปาน และแน่นอนว่าถ้าการรบมันก็ต้องมีคนแพ้คนชนะ และด้วยแรงที่มากกว่าแบคฮยอนก็ชนะไปแบบขาดลอย ส่วนคยองซูก็ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไปตามระเบียบ




แบคฮยอนกับจูบที่ร้อนแรงสูบพลังงานในร่างกายของเขาออกไปจนหมด คยองซูจึงกลายสภาพมาเป็นลูกแมวเชื่องๆที่นอนราบให้แบคฮยอนเก็บดอกตามสบาย ซ้ำยังถูกขุนให้มีอารมณ์ครุกกรุ่นจนชนิดที่ว่าแบคฮยอนจะให้ทำอะไรก็ยอม รวมไปถึงการรับแบคฮยอนเข้าสู่โพรงปากของตัวเองด้วย



หากนี่เป็นครั้งแรกคยองซูคงร้องไห้ไม่หยุด แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกของเขา จึงไม่น่าแปลกหากคยองซูจะเลิกดื้อด้านให้เจ็บตัวฟรีๆแล้วเปลี่ยนมาเป็นช่วยกันทำให้ทุกอย่างจบลงเร็วขึ้นจะได้หมดพันธต่อกันในค่ำคืนนี้เสียที...
สัมผัสจากปลายนิ้วที่เปียกชื้นจากเจลลื่นๆแตะวนอยู่ด้านนอกจนคยองซูเกร็งไปหมด เนื้อตัวสั่นแล้วสั่นอีกจนเสียวไปทั่วช่องท้อง แขนเล็กเท้าขึ้นมองหัวหน้าแบคฮยอนที่ยิ้มกริ่ม การวนข้อนิ้วเบาๆนั้นแทบรั้งสติคยองซูให้จมหาย ริมฝีปากเขาแห้งฝาด ซ้ำยังเจ็บปวดทรมานที่คอราวกับมีก้อนอะไรบางอย่างจุกไว้




"อ่ะ.... แบค" คนตัวน้อยกำมือลงกับผ้าปูเตียงแน่น นิ้วเรียวยาวนั่นผลุบเข้าออกอย่างเนิบนาบแต่ก็โดนเส้นอารมณ์ทุกครั้งที่สวนนิ้วเข้าไป
ปากนิ่มเผยอร้องครางหนักเมื่ออีกฝ่ายใช้ทั้งมือทั้งปาก เจ็บเกร็งหน้าท้องจนตัวกระตุก ต้องการจะปลดปล่อยออกมา




"คุณ..อ๊ะ ฮ่า.. ผมไม่ไหว" แบคฮยอนเองก็ไม่ไหว เขาชักนิ้วออกจากนั้นจึงแทรกตัวเองเข้ามาแทนที่ คยองซูหวีดร้องเสียงหลง ข้างล่างถูกดันขึ้นมาจนเจ็บร้าว หากแต่ใบหน้าของแบคฮยอนที่วนแตะลิ้นอยู่ตามลำคอนั้นก็ยังพอเบนความเจ็บออกไปได้บ้างปากร้อนจัดไล่เล็มต่ำลงมาที่จุดสำคัญบนแผ่นอกเนียน กลิ่นลมหายใจสาบบุหรี่นั้นบ่งบอกระยะความใกล้ชิดของกันและกันเป็นอย่างดี ทั้งแขนทั้งขาของคยองซูนั้นกอดก่ายแบคฮยอนเอาไว้ราวกับก่อนหน้านี้ไม่ได้คิดที่จะปฎิเสธ



"อ๊า.. เจ็บ คุณ อ่ะ..เจ็บ"



"เจ็บก็ร้องออกมาสิ" ฝ่ามือเรียวยางไล่ไตไปตามแนวขาก่อนจะแยกมันออกแล้วกดสะโพกฝังลึก คนตัวเล็กใต้ร่างหอบเหนื่อย
เสียงดังสลับกับภาษาครางที่ทั้งเจ็บปวดและมีอารมณ์ร่วม เซ็กส์ที่มีความสุขก็ต้องเกิดจากความยินยอมของคนสองคนที่จะทำ ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง





คยองซูปากแห้ง...
ตัวเล็กที่ถูกพลิกมาขึ้นอยู่ด้านบนเลียริมฝีผากตัวเองแทนความเฝื่อน สะโพกบางเคลื่อนสนองตัวเองอยู่ด้านบนพร้อมกับที่มีมือแบคฮยอนเป็นหลักยึด เนื้อตัวขาวเนียนทั้งแดงทั้งร้อนจนไออุ่นร้อนนั้นแพร่กระจายออกมาทางลมหายใจ ดวงหน้าหวานสะบัดฉ่าไปมาแทบทุกครั้งที่กดตัวเองลงย้ำๆ มันเสียวซะจนอยากจะร้องไห้



"เอ็กซ์จังเลยนะ" คนตัวบางถูกพลิกกลับมาคว่ำอยู่ด้านร่างพร้อมกับแบคฮยอนที่ใส่กลับเข้าไปอีกครั้ง แจกันดอกไม้บนหัวเตียงกับกุหลาบสีแดงสดนั้นสั่นไหวไปพร้อมกับสียงครางต่ำๆของแบคฮยอน
เสียงของร่างกายนั้นดังถี่ขึ้นเมื่อแบคฮยอนขยับซอยสะโพกลงย้ำลึกและหนักหน่วง ดอกเบี้ยชั้นดีเอาแต่พร่ำหาชื่อเขาและมันก็ไปกระตุ้นอารมณ์ดิบจนแสดงออกมาเป็นความป่าเถื่อนและรุนแรง คยองซูร้องไห้กับความเจ็บหน่วงด้านล่างที่ถูกกระแทกกายเข้ามาเหมือนอดอยาก เสียงเครือขาดห้วงจนแทบจะฟังไม่ออกว่าพูดอะไร



คนร่างน้อยกำมือลงกับหมอนอย่างสุดจะกลั้น เขาแห้งฟืดไปหมดจนกระทั่งริมฝีปากแห้งผากของเขาจะถูกบดเบียดด้วยความชุ่มชื้นจากแบคฮยอน แบคฮยอนจูบเก่งมากทีเดียว
"อ๊ะ อ่า..." เอวแข็งแรงที่พริ้วมาร่วมชั่วโมงได้พาเขาให้ปล่อยความต้องการออกมาจนรู้สึกตัวเบาหวิว เจ้าของห้องหลับตาเม้มริมฝีปากแน่นรับอารมณ์ที่ถาโถมเข้ามาใส่ แบคฮยอนรู้สึกว่าเขามาสุดทางจนไม่รู้จะไปต่อยังไงแล้ว...
ดวงตาเรียวรีจ้องมองแผ่นหลังขาวของอีกฝ่ายที่นิ่งไปก่อนหน้าตั้งแต่ช่วงสองสามนาทีที่แล้วด้วยความพอใจ






ดอกเบี้ยเล่นด้วยทุกท่าแบบนี้สิมันค่อยน่าตามเก็บหน่อย...





ร่างโปร่งกดสะโพกแช่ค้างไว้จนมันคลายตัวแล้วถึงยอมถอนกายออก จากนั้นผ้าขนหนูที่ถอดวางไว้จึงได้ถูกหยิบขึ้นมาพันรอบสะโพกอีกครั้ง แบคฮยอนเหลือบตามองนาฬิกาที่ตอนนี้เป็นเวลาหกทุ่มเศษๆแล้ว กว่าสองชั่วโมงที่เล่นสนุกกันจนลืมไปเสียสนิทว่าพรุ่งนี้ต้องเข้างานเช้า รแบคฮยอนลุกขึ้นจากปลายเตียงแล้วเดินวนหาบุหรี่ที่น่าจะวางไว้บนหัวเตียง ระหว่างที่เอื้อมมือเข้าไปหยิบซองบุรี่ แบคฮยอนก็ชะโงกหน้ามองคนที่หลับไปก่อนแล้วอย่างเงียบๆ หน้าตาน่ารักของอีกฝ่ายแสดงความล้าออกมาผ่านคิ้วที่ขมวดเข้าหากันอย่างชัดเจน





ยิ่งมองก็ยิ่งเกิดความสงสัยว่า พวกเด็กนอกนี่เด็ดแบบนี้หมดทุกคนเลยรึเปล่า..?





พยอนแบคฮยอนเปิดเอาเสื้อในตู้ออกมาสวมก่อนจะเปิดประตูออกไปดูดบุหรี่รับลมเย็นฉ่ำของตอนกลางคืน อากาศดี อารมณ์ดี คืนนี้คงจะนอนหลับฝันดี...









คยองซูตื่นขึ้นมาอีกทีตอนตีสามของงวันนั้น และเขาก็ยังคงนอนคุดคู้อยู่บนเตียงของแบคฮยอนเช่นเดิม ไม่ใช่ว่าไม่อยากลุก แต่ว่ามันลุกไม่ขึ้นต่างหากละ คยองซูพลิกกายหันกลับไปนอนตะแคงอีกฝั่งหนึ่ง บนเตียงกว้างมีแค่เขาคนเดียวที่นอนอยู่ ส่วนแบคฮยอน ไม่รู้ว่าหายไปไหนแล้ว คยองซูกระพริบตาปริบๆเมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อตอนดึกที่ผ่านมา คิดแล้วอยากจะเอาหน้ามุดแผ่นดินหนี


ตอนนี้แบคฮยอนหายไปแล้ว นี่คงเป็นโอกาสดีที่เขาจะได้แอบหนีกลับห้องตัวเอง แต่พอจะลุกเท่านั้นแหละ ประตูห้องที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้อง แบคฮยอนโพล่พรวดเข้ามาพร้อมกับถุงซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ ถ้าคยองซูไม่ได้ตาฝาดข้างในนั้นก็คงจะเป็นเหล้าสี โซดาแล้วก็น้ำแข็ง



คนที่เพิ่งเข้ามาใหม่ๆล้วงเอาของในถุงออกมาแล้วโยนถุงพลาสติกมาตกป๊อกที่ข้างหัวของคนที่นอนห่มผ้าตาปริบๆ พอคยองซูหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นยาแก้ปวดลดไข้ธรรมดาๆ
"มองอะไร" มองหน่อยก็ไม่ได้รึไง คยองซูแค่คิดในใจ เพราะไม่อยากโต้เถียงอะไรออกไป เขาแค่นอนมองดูแบคฮยอนปลดซิปเสื้อกันหนาวแล้วถอดออก ภายในเป็นเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงวอร์ม เห็นแล้วก็คิดในใจอีกครั้งว่าชีวิตมีชุดใส่แค่นี้รึไง?



"..." แบคฮยอนส่งสายตามาจ้องเขม็ง เพิ่งถ้วงไปอยู่หยกๆว่ามองอะไรแต่คยองซูก็ยังมองไม่เลิก



"ทำไม เกิดอารมณ์อยากใช้เสียงอีกรอบตอนตีสามหรอ" ร่างโปร่งถามหน้านิ่ง ในขณะที่มือก็ค่อยๆยกขวดเหล้าขวดโซดาออกมาวางบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา นี่อย่าบอกนะว่าอีกฝ่ายจะกินเหล้ากลางดึกแบบนี้



"คุณมันทุเรศ"



"แต่เธอก็ชอบไม่ใช่รึไง หรือจะปฎิเสธหะว่าที่ร้องครางจะเป็นจะตายนั่นมันคือความรู้สึกแย่ๆ"



"..." เงียบ ไม่ปฎิเสธ



"อย่าทำให้ฉันเสียอารมณ์เล่นได้มั้ย?"



"นี่คุณจะดื่มอีกหรอ แต่พรุ่งนี้เช้าคุณต้องทำงานนะ" เลี่ยงประเด็นเรื่องบนเตียงออกไปแล้วหันไปสนใจกับคนที่นั่งเปิดขวดเทกินอย่างสบายใจแทน



"ฉันลาต่ออีกสองวัน"



"แต่ผมไม่ได้ลาด้วยนี่ แล้วคุณเปิดไฟสว่างโร่แบบนี้ละผมจะนอนได้ยังไง"



"นั่นมันก็เรื่องของเธอ" คยองซูได้ยินแบบนั้นก็หน้าตึงไปหมด แบคฮยอนนอกจากจะไม่สนใจเขาแล้วก็ยังหยิบขนมในถุงขึ้นมาแกะกินต่อหน้าต่อตา



"เลือกเอาละกันว่าจะข่มตาให้หลับหรือจะมานั่งดื่มกับฉัน"



"ผมขอนอนดีกว่าครับ" พูดจบก็นอนหันหลังให้กับเจ้าของห้อง แถมยังดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปง
หัวหน้าแบคฮยอนเสยผมขึ้นลวกๆแล้วหรี่ตามองคนที่เอาแต่นอนมุดผ้าห่ม




เหอะ อยากจะแกล้งหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบจริงๆ ดูสิว่าจะทนนอนดมควันตลบอยู่ใต้ผ้าห่มได้นานแค่ไหน ว่าแล้วก็เตรียมจุดขึ้นมาสูบ





แต่ว่า..






ไม่ดีกว่า





เขาขอเปลี่ยนใจมาทำอย่างอื่นมันคงสนุกกว่าวิธีนี้ตั้งเยอะ






ดูสิว่าจะทนนอนได้สักกี่น้ำกัน?









THE END.

เก็บดอกเบี้ยกันฟื้ดฟ้าดดีจริงๆ ใครหลงเข้ามาบล็อคนี้เพื่อหาแบคโด้มุ้งมิ้ง...
คงต้องผิดหวังสินะ ต้องขอโทษจริงๆเพราะใสใสมันไม่ใช่แนว(?)
ส่วนใหญ่ก็มักจะติดเรท นามปากกานี้เลยกลายเป็นหายนะของแบคโด้ไปซะแล้ว
ตอนแรกไม่ตั้งใจจะให้มีฉากฟีทกันนะ แต่ไหงกลายเป็นงี้ก็ไม่รู้จ้า
| ♫~* baekdo | COM(0) | | TB(-) |
2014-10-26 (Sun)





"ผมอยากได้ยินเสียงคุณครางจัง... ที่รักของผม ผมมองคุณอยู่ตลอดนะ" อะไรบางอย่างทำให้คยองซูมั่นใจว่าเรื่องเมื่อคืนมันคงไม่ใช่ไอ้โรคจิตที่เพิ่งมาเจอเขา แต่ไอ้บ้ากามคนนี้มันต้องตามเขามาระยะหนึ่งแล้วแน่ๆ มองอยู่ตลอดเวลาเลยอย่างนั้นหรอ ตัดวงให้แคบเข้ามาอีกก็คงจะแสดงว่าไอ้คนที่ก่อเหตุเมื่อคืนมันต้องเป็นใครสักคนในโรงเรียนของเขาแน่ๆ แต่มองตลอดเวลา... หรือว่ามันคนนั้นคือเพื่อนในกลุ่มของเขา?



คยองซูไม่อยากจะเดาต่อให้ปวดหัว ตอนนี้เขาต้องระวังตัวเองมากขึ้น เพราะคนคนนั้นมองเขาอยู่ตลอดเวลา และเขาก็ไม่รู้ว่ามันจะจู่โจมมาทำอะไรเขาแบบเมื่อคืนหรือเปล่า เขากลัว...



อยากจะลุกไปอาบน้ำแล้วดิ่งไปหามินซอกเพื่อนสนิทของเขาเพื่อเล่าเรื่องที่มันเกิดขึ้นแต่พอสำนึกได้ว่ามันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่าทุเรศ คยองซูก็เลยเลือกที่จะเก็บเงียบไว้คนเดียวดีกว่า พอคิดได้แบบนั้นก็เลยลุกไปอาบน้ำแล้วลงไปหาของกินที่ชั้นล่างเผื่อว่ายัดอะไรเข้าปากแล้วเขาจะลืมๆเรื่องเมื่อคืนไป






เช้าวันเสาร์ไมได้เริ่มต้นด้วยความสุขเพราะพ่อแม่เพิ่งโทรมาบอกเขาเมื่อสักครู่ใหญ่ๆนี้ว่าวันนี้จะต้องเดินทางไปสัมนาที่ต่างจังหวัดสามวันเพราะเห็นว่าเขาหลับอยู่ก็เลยไม่ได้ปลุก คยองซูแอบหงุดหงิดอยู่น้อยๆที่เขาจะถูกปล่อยให้อยู่บ้านคนเดียวตั้งสามวัน!!



ในขณะที่กำลังรื้อค้นของกินในตู้เย็นอยู่ออดหน้าประตูบ้านก็ดังขึ้นจนคยองซูต้องละความสนใจจากของกินในตู้
พอวิ่งออกไปถึงคยองซูก็ตกใจ เป็นแบคฮยอนที่ยืนหน้าป้ำเป๋ออยู่ที่หน้าประตูบ้านเขา คยองซูเปิดประตูให้เข้ามาแล้วซักถามไปเรื่อยก็ได้ความว่าอีกคนนั้นหลงทางเลยมากดออดถาม แต่ก็ไม่นึกว่าจะมากดเจอบ้านเขา มันบังเอิญจริงๆ



"ถ้านายไม่อยากให้อยู่เดี๋ยวฉันรีบหาทางกลับก็ได้นะ"



"เออๆ ไม่ต้องหรอก แดดร้อนจะตาย เข้าไปนั่งกินน้ำบ้านฉันก่อนก็ได้"



"จะ..จะดีหรอ"



"ดีดิ นี่ฉันยังไม่ได้กินข้าวเลย นายกินด้วยกันป่ะ"



"ฉันไม่หิว" แบคฮยอนก้มหน้าก้มตาตอบ นี่ทำไมต้องทำท่าทางเหมือนหวาดกลัวเขาด้วย เขาไม่ใช่พวกน่ากลัวขนาดนั้นสักหน่อย คยองซูเรียกให้แบคฮยอนตามเข้ามาแต่อีกฝ่ายก็ยืนหน้าเอ๋ออยู่อย่างนั้น ลำบากคยองซูต้องเดินไปจูงมือเข้ามาถึงภายในบ้าน



"มาแถวนี้ทำไมอะ" พอวางแก้วโกโก้เย็นๆให้อีกคนแล้วคยองซูก็เปิดปากถามว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้มาหลงทางอยู่นี่ แบคฮยอนก็ตอบมาว่าจะมาเรียนพิเศษฟิสิกส์แต่ว่าดันหาบ้านอาจารย์ไม่เจอ รู้แค่อยู่ถนนนี้ หมู่บ้านนี้ แต่ไม่รู้ว่าแถวไหน



"ฉันต้องไปส่งปะ"



"ไม่ต้องหรอก ฉันหาทางกลับเองก็ได้"



"เดี๋ยวค่อยกลับละกัน ตอนนี้ฉันอยู่บ้านคนเดียว วันนี้แม่กับพ่อก็ไม่อยู่ด้วย" แบคฮยอนวางกระเป๋าที่สะพายอยู่ลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าแล้วเอื้อมไปหยิบแก้วโกโก้มายกดื่ม



"ได้สิคยองซู เดี๋ยวฉันจะอยู่เป็นเพื่อนนายก็ได้"



"เอ่อ... กระเป๋าอะไรใบใหญ่จังวะ" คยองซูมองกระเป๋าใบโตของแบคฮยอนซึ่งอีกคนแบกมันมาเรียนและเพิ่งจะเอามันลงจากหลังไปอยู่หลักๆ



"กระเป๋าพ่อฉันน่ะ ใบใหญ่มากเลย" แบคฮยอนตอบ



"นี่ ขอโทษนะแบคฮยอน แบบว่าพ่อแม่นายทำอาชีพอะไรหรอ" คยองซูแอบถือวิสาสะหยิบสมุดของแบคฮยอนขึ้นมาเปิดดูแล้วก็ตกตะลึงกับสูตรนู่นนี่นั่นที่มันยุ่งเหยิงเต็มไปหมด



"แม่ฉันเป็นหมอจิตเวช ส่วนพ่อฉันเป็นตำรวจ"



"ไม่น่าละเรียนเก่งชมัด ฟิสิกส์นายแม่งโคตรเทพอะ"



"อื้ม ฉันได้ทุนไปเรียนต่อไฮสคูลที่เมืองนอกด้วยนะ แต่ฉันยังไม่ตอบตกลงเลย"



"เห้ย!! จริงหรอ โคตรเก่งอะ" คยองซูทำปากจู๋ด้วยความตกตะลึง จากนั้นเขาก็วางสมุดในมือลงกับโต๊ะแล้วมองดูแบคฮยอนที่พอได้ยินคำชมจากคยองซูก็เอาแต่ก้มหน้างุด ทำเหมือนกับว่ากำลังเขินที่คยองซูพูดชมอย่างนั้นแหละ
ขณะที่คยองซูกำลังสำรวจหน้าแบคฮยอนอยู่ จู่ๆมือข้างหนึ่งของแบคฮยอนก็เลื่อนมาขยับกรอบแว่นแล้วใช้มืออีกข้างขยี้ตาตัวเองไปมา เมื่อสักครู่นี้ตัวอะไรก็ไม่รู้บินเข้าตาเขา แบคฮยอนหงุดหงิดที่มันคาอยู่กับตา ยิ่งขยี้ออกก็ยิ่งปวด สุดท้ายก็ลำบากคยองซูต้องมาช่วยเอาผ้าสะอาดเขี่ยแมงตัวเล็กออกจากตาของแบคฮยอน


ทันทีที่มือสัมผัสกับโครงหน้าที่ปราศจากแว่นคยองซูก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง แก้มของแบคฮยอนให้ความรู้สึกเหมือนแก้มของไอ้โรคจิตเมื่อคืนเลย หรือว่า...



"เมื่อวานได้ออกไปไหนรึเปล่า" คยองซูถาม



"เมื่อวานหลังเลิกเรียนฉันก็รอนาย รอจนดึกนายก็ไม่มา"



"ห้ะ.." นึกขึ้นได้ทันทีว่าไปสัญญาส่งเดชกับแบคฮยอนเอาไว้ว่าจะพาไปเที่ยวร้องคาราโอเกะด้วยกัน ซ้ำอีกฝ่ายยังรอเขาอย่างที่เขาสั่ง เอ่อ...
คยองซูเอนตัวพิงกับโซฟาแล้วยีหัวตัวเองแรงๆ ไอ้เชี่ยเอ้ย แม่งว่าแล้วว่าลืมอะไร คิดเท่าไรก็คิดไม่ออก ที่แท้ก็ลืมแบคฮยอน



"รอจนถึงกี่โมงวะ แล้วทำไมไม่กลับบ้าน มัวรอทำไม"



"สามทุ่ม ฉันแค่คิดว่านายอาจจะยังเรียนพิเศษไม่เสร็จ ที่ฉันรอเพราะฉันเองก็อยากไปคาราโอเกะกับนาย"



"..." รู้สึกผิดเลยทีนี้



"ฉันไม่เคยมีเพื่อนชวนไปเที่ยวไหนด้วย สิบเจ็ดปีของฉันนอกจากพ่อกับแม่ฉันก็ไม่มีใครแล้ว" แว่นที่ถูกสวมกลับเข้าไปคืนแล้วมันถูกถอดออกอีกครั้งเพราะแบคฮยอนร้องไห้ ให้ตายเถอะ เกิดมาเขายังไม่เคยเห็นใครเจ้าน้ำตาแบบแบคฮยอนเลย คิดไปแล้วก็น่าสงสาร ดูท่าทางก็ไม่มีพิษมีภัยแต่อาจจะเป็นเพราะบุคคลิกเหมือนคนเพี้ยนๆก็เลยไม่มีคนคบด้วย



"เออ ฉันขอโทษละกัน วุ้ย อย่าร้องดิวะ" น้ำตาไหลพรากเป็นเขื่อนแตกเลย คยองซูขยับนิ้วเคว้งไปตามอากาศ ก็เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มทำให้แบคฮยอนหยุดร้องได้ยังไง ยิ่งเห็นท่าทีปัญญาอ่อนของอีกฝ่ายแล้วคยองซูก็ลืมความคิดที่ว่าแบคฮยอนกับไอ้โรคจิตคนนั้นคือคนคนเดียวกันไปได้เลย



"เอางี้ไม่ต้องไปเรียนละพิศงพิเศษ เดี๋ยววันนี้ฉันพาไปเดินห้าง นายจะไปปะ"



"จะให้ฉันไปด้วยจริงๆหรอ" ใบหน้าที่เปื้อนน้ำตาเบนขึ้นมาจ้องเอาคำตอบจากคยองซูเพื่อความแน่ใจ คยองซูพยักหน้ายืนยันว่าจะชวนไปด้วยกันจริงๆแล้วจากนั้นก็ขอตัวขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน
พอลับตาคยองซูไปแบคฮยอนก็เช็ดน้ำตาของตัวเองจนเกลี้ยงด้วยแขนเสื้อของเขา ดวงตาที่ขึ้นสีแดงจางๆกวาดตามองดูรอบๆบริเวณในตัวบ้านที่เรียบร้อยและมีทางเดินที่ไม่ซับซ้อน คงจะเข้าง่ายออกง่ายน่าดู




แบคฮยอนนั่งรอเพียงไม่นานคยองซูก็เดินลงมาจากบันไดด้วยท่าทีสบายๆ แบคฮยอนมองอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้า สไตล์การแต่งตัวที่มิดชิดของคยองซูมันก็อาจจะเป็นสเน่ห์อีกอย่างที่น่าจับมาแก้ผ้าแล้วค้นหาดูว่าภายใต้ชุดที่มิดชิดพวกนี้มันเก็บซ่อนอะไรเอาไว้บ้าง



"ไปห้างกัน นายอยากทำอะไรฉันพาไปได้หมดแต่ว่าไม่ดูหนังนะ เพราะฉันกลัวความมืด" คยองซูบอก ก็ขึ้นชื่อว่าความมืด จะมืดแบบโรงหนังหรือมืดแบบไหนมันก็น่ากลัวทั้งนั้นแหละ




สุดท้ายแล้วพอถามกันไปมาก็ได้ความว่าอยากจะไปดับร้อนที่ร้านไอศครีม แล้วจากนั้นคยองซูจึงพาแบคฮยอนไปหาของเย็นๆกินกันที่ร้านเค้กใกล้บ้าน ตอนแรกคยองซูก็ว่าจะพาไปห้างแล้วละแต่เอาเข้าจริงๆแบคฮยอนกลับไม่ยอมไป รายนี้อ้างว่าไม่ชอบที่ที่คนเยอะ เออ เอาเข้าไป พิลึกคนจริงๆเลย



"กินอะไรอะ" พอพนักงานเดินมารับออเดอร์คยองซูก็สั่งไปทั้งเค้กทั้งนู่นนี่นั่น จากนั้นจึงหันมาถามแบคฮยอนบ้าง รายนี้ประพฤตัวเหมือนเดิมคือนั่งก้มหน้าแล้วก็ขยับกรอบแว่นบ่อยๆ คยองซูยื่นเท้าไปสะกิดหน้าขาแบคฮยอนให้อีกคนสั่งสักทีเพราะพนักงานมายืนรอนานแล้ว



"ผมเอาเค้กสตอเบอร์รี่แล้วก็ซันเดย์สตอเบอร์รี่ครับ" คยองซูขมวดคิ้วเป็นปม คนตรงหน้านี้ตกลงว่ามีรสนิยมแบบหวานๆหรอ ไม่น่าละถึงได้ดูท่าทางติ๋มๆ



"สั่งสีชมพูขนาดนี้แล้วทำไมไม่สั่งน้ำสตอเบอร์รี่ปั่นมาด้วยเลยละ"



"ก็ฉันชอบ"



"ถามจริงๆนะ นายเป็นตุ๊ดรึเปล่า" คยองซูถามไปตรงๆตามที่สงสัย ซึ่งคนถูกถามก็ปฎิเสธลิ้นพันกันว่าไม่ได้เป็น ผู้ชายแมนๆเขาจะกินสตอเบอร์รี่ไม่ได้เลยรึไง แต่พูดก็พูดเถอะ ที่จริงมันก็กินได้อยู่หรอกเพียงแต่ว่าผู้ชายแมนๆส่วนมาก ย้ำนะว่าส่วนมากเขาจะไม่ชอบกินอะไรหวานแหววแบบนี้กัน



"อย่าเข้าใจฉันผิดนะ.."



"เออน่า เชื่อแล้วว่าแมน" พูดไปพลางหัวเราะไป คยองซูได้คุยกับแบคฮยอนบ้างแล้วก็รู้สึกว่าอีกคนไม่ได้ต่างจากคนทั่วไปเลย ก็มีความคิดอะไรที่มันเหมือนกับเด็กวัยรุ่นทั่วไปนั่นแหละ



"นายเคยดูหนังปะ หนังประเภทเรทอาร์ไรงี้อะ" คุยกันไปจนลามมาถึงเรื่องบนเตียง แบคฮยอนตักไอศครีมเข้าปากแล้วแหงนหน้าขึ้นมองคยองซู แววตาปะปนไปด้วยอะไรบางอย่างของแบคฮยอนนั้นมันทำให้คยองซูต้องรีบละหน้าออกจากการสบตากับอีกฝ่ายแล้วหันไปมองถ้วยไอศครีมแทน


"ฉัน..."












"ฉันไม่เคย" แบคฮยอนตอบแล้วก็ระบายยิ้มออกมา เขามองหน้าคยองซูอยู่ซึ่งอีกฝ่ายดูเหมือนกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างแต่แบคฮยอนเองก็ไม่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นเกิดเป็นอะไรขึ้นมา คยองซูตวัดตามาจ้องแบคฮยอนอีกครั้งแล้วจากนั้นก็หัวเราะเก้อๆ



"ทำไมวะ ฉันดูออกบ่อย"



"ดูบ่อยๆระวังจะเสียสมรรถภาพก็แล้วกัน"



"มั่ว"



"มีวิจัยออกมาว่าเวลาผู้ชายดูหนังพวกนั้นก็มักจะต้องวิ่งไปช่วยตัวเองแทบทุกครั้งหลังจากดูจบบางทีก็ดูไม่จบ บางคนก็ดูไปทำไป" แบคฮยอนพูดเชิงวิชาการซึ่งคยองซูเองก็หน้าหวอไป มันก็จริงอย่างที่แบคฮยอนบอกนั่นแหละ ไม่เถียงหรอกนะว่าดูแล้วของจะไม่ขึ้นอะ



"แล้วนายไม่เคยดูเลยก็แสดงว่านายไม่เคยช่วย..." คยองซูแง้บปากตัวเองไว้ได้ทันก่อนที่จะหลุดถามออกไป ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันมากมายแต่เขาดันเสียมารยาทชวนอีกคนคุยเรื่องแบบนี้



"แค่นึกหน้าคนที่ชอบฉันก็ทำได้แล้ว"



"เห้ย!!"



"ทะ..ทำไมหรอ คือฉัน..."



"แม่งโคตรเทพอะ" คยองซูแทบจะปรปมือให้ด้วยซ้ำกับสิ่งที่แบคฮยอนพูด แค่นึกหน้าก็ทำได้แล้วหรอ เลิศซะไม่มีอะ



"บ้าสิ คนโรคจิตเท่านั้นแหละที่ทำได้" แบคฮยอนตอบแล้วก็หันไปสนใจกับของกินบนโต๊ะแทน ซึ่งหลังจากนั้นคยองซูก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาอีก ทั้งสองก็นั่งกินกันไปแบบเงียบๆ โดยมีเพียงสายตาของแบคฮยอนเท่านั้นที่ยังจ้องมองคยองซูอยู่เป็นระยะ
ปากสีชมพูจัดเวลากินของเย็นเข้าไปมันน่าจับมาจูบนัก แบคฮยอนมองคยองซูที่ตักไอศครีมเข้าปากพร้อมกับที่ดวงตากลมโตนั้นหลับพริ้มเพื่อสัมผัสรสชาติของช็อกโกแล็ต ท่าทีแบบนี้มันทำให้แบคฮยอนเห็นว่าอีกคนน่ารักขนาดไหนเวลาที่มีช้อนคาอยู่ในปาก แล้วถ้าเป็นอย่างอื่น...



"คยองซู"



"หะ..ห้ะ"



"อร่อยไหม" เสียงของแบคฮยอนแหบไปจนคยองซูต้องเอียงหน้าเข้ามาฟัง พอรู้ว่าอีกคนถามอะไรก็พยักหน้าตอบ รสชาติของช็อกโกแล็ตหวานอร่อยมากจนอยากจะกลืนมันลงไปทั้งช้อนทั้งแก้ว คยองซูไม่ได้เวอร์ แต่เขาชอบมันจริงๆ ไม่เชื่อก็ไปรื้อตู้เย็นที่บ้านเขาดูได้เลยว่ามีของจำพวกช็อกโกแล็ตเยอะขนาดไหน



"โคตรอร่อย" ลิ้นเล็กแล่บออกมาเลียริมฝีปากตัวเองเพื่อเก็บไอศครีมเข้าไปให้หมด จะได้ไม่ต้องเป็นภาระของกระดาษทิชชู่



"อร่อยก็เลียเข้าไปให้หมดสิ"



"ฉันไม่ได้ชอบมากถึงขนาดเลียหรอก" คยองซูหัวเราะเบาๆกับสิ่งที่แบคฮยอนพูด อันที่จริงจะเลียก็ทำได้แต่รักษาภาพพจน์ตัวเองต่อหน้าคนอื่นนิดนึง นี่ไม่ใช่ที่บ้านนะถึงจะได้มานั่งเลียเป็นหมาหิว



"วันนี้แม่กับพ่อฉันท่านออกไปสังสรรค์เลี้ยงรุ่น"



"อือ งั้นก็แปลว่ากลับไปก็ต้องไปอยู่คนเดียวอะดิ" เหมือนคยองซูได้เจอพวกเดียวกัน พวกที่ถูกผู้ปกครองทอดทิ้งให้ใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังภายในบ้านหลังใหญ่ ความรู้สึกก็คงจะเหมือนกับการที่เหมือนจับลิงไปปล่อยไว้ในป่าที่ไม่มีสัตว์ตัวอื่นอาศัยอยู่เลยนั่นแหละ



"คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ ถ้ากินเสร็จแล้วฉันขอตัวกลับเลยนะ"



"..."



"เป็นอะไรรึเปล่า" พอเห็นคยองซูเงียบไปแบคฮยอนจึงเอ่ยถาม



"แบคฮยอน คือฉันไม่กล้าอยู่บ้านคนเดียววะ" สีหน้าของคยองซูดูไม่ค่อยสบายใจเอาซะเลย แบคฮยอนนึกห่วงจึงขยับเก้าอี้ให้ชิดขอบโต๊ะแล้วถามคยองซูถึงสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายแสดงสีหน้าวิตกกังวลแบบนั้น



"ฉันนะ โดนไอ้โรคจิตที่ไหนก็ไม่รู้มาทำเรื่องบ้าๆกับฉันแล้วมันก็ทิ้งกระดาษไว้ว่ามันจับตามองฉันอยู่ตลอดเวลา"



"น่ากลัวจัง แล้วนี่นายรู้ไหมว่ามันเป็นใคร" คยองซูจ้องแบคฮยอนนิ่ง ซึ่งสายตาแบบนี้ก็ทำให้แบคฮยอนยิ่งอยากรู้ "คยองซู...นายรู้หรอว่ามันเป็นใคร"



"ฉันคิดว่ามันคงเป็น..."










"เป็นใครฉันก็ไม่รู้" ตอบออกมาด้วยแววตาวิตกอย่างเดิม คยองซูท้าวแขนลงกับโต๊ะแล้วนวดขมับตัวเอง วันนี้ต้องอยู่บ้านคนเดียวทั้งๆที่เพิ่งจะมีไอ้บ้าโรคจิตมาประกาศตัวบอกเขาว่ามันจับตามองอยู่ ให้ตายสิ แล้วเขาจะกล้านอนอยู่บ้านคนเดียวได้ยังไง



"ทำไมไม่ไปนอนค้างที่บ้านเพื่อนละ" แบคฮยอนเสนอ



"ฉันไม่อยากรบกวนพวกมัน"



"เพื่อนนายคงไม่คิดแบบนั้นหรอก ไปค้างบ้านเพื่อนเพื่อความสบายใจเถอะ" แบคฮยอนเลื่อนมือมาบีบแขนคยองซูเบาๆแล้วระบายยิ้ม คยองซูเห็นแบคฮยอนยิ้มให้ก็เผลอยิ้มตามไปด้วย



"เออ ยังไงวันนี้นายก็ต้องอยู่บ้านคนเดียวเหมือนกันกับฉันใช่ปะ งั้นนายมานอนค้างบ้านฉันก็ได้นะแบคฮยอน"



"แต่เรายังไม่สนิทกันขนาดนั้น ฉันไม่กล้านอนหรอก"



"นี่แบคฮยอน นายจะกลัวอะไรวะ ฉันไม่ทำอะไรหรอกน่า" ก็จะให้ทำอะไรละ คยองซูเอนตัวเองไปนั่งพิงพนักเก้าอี้แล้วรอเอาคำตอบจากแบคฮยอน ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำหน้าครุ่นคิดเหมือนเด็กๆเวลาที่จะเลือกขนมเค้ก



"จะดีหรอคยองซู"



"ดีสิ นายจะได้มาสอนฟิสิกส์ฉันด้วย"



"แต่ฉันไม่นอนห้องนายนะ"



"ถ้างั้นนายจะนอนโซฟาข้างล่างรึไง" คยองซูแกล้งแหย่



"ก็ได้นะ" ไม่นึกว่าอีกคนจะยอมนอนข้างล่างจริงๆ คยองซูรีบแจงทันทีว่าล้อเล่นเพราะแบคฮยอนทำเหมือนเชื่อที่เขาพูด อยากจะรู้จริงๆเลยว่าทำไมแบคฮยอนถึงเชื่อคนง่ายแบบนี้ คยองซูจัดแจงบอกให้แบคฮยอนไปนอนที่ห้องของพี่ชายเขาซึ่งมันเรียนมหาลัยแล้วนานๆทีจะกลับมานอนบ้าน และพอแบคฮยอนตอบตกลงว่าจะค้างที่บ้านคยองซูด้วยในคืนนี้ทุกอย่างก็เป็นอันเรียบร้อย






สามทุ่มกว่าๆที่คยองซูนั่งเรียนฟิสิกส์กับอาจารย์แบค เวลาเขาเห็นอีกคนตั้งหน้าตั้งตาสอนเขาก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมแบคฮยอนถึงเก่ง ก็เล่นตั้งใจเรียนซะขนาดนั้น เวลาสอนก็อธิบายรวดเดียวจบ


"ไม่เข้าใจวะ"



"ที่พูดมายาวๆนั่นไม่เข้าใจเลยหรอ"



"เออ กินขนมอยู่ไม่เห็นรึไง" แบคฮยอนเกาหัวตัวเองแกรกๆ แล้วจะให้สอนทำไมถ้าไม่คิดจะฟังกัน คุณครูพิเศษริบขนมจากคยองซูแล้วสั่งให้อีกคนทำโจษย์ คยองซูเบ้หน้าใส่แต่สุดท้ายก็ยอมทำ
แบคฮยอนให้เวลาคยองซูทำส่วนเขาขอตัวไปอาบน้ำ นี่ไม่อยากจะอวดเลยว่าคยองซูใจดีให้เขายืมชุดใส่ด้วยละ ส่วนทางด้านของเจ้าบ้านพอแบคฮยอนลับตาไปก็ละตัวเองออกจากสมุดแล้วลุกเดินหายเข้าไปในครัว



"กินอะไรถึงได้เก่งขนาดนี้วะ" คนตัวเล็กแอบตั้งคำถามกับตัวเองแล้วยกนมในเหยือกออกมาเทใส่แก้วกินหน้าตาเฉย เดี๋ยวแบคฮยอนอาบน้ำเสร็จแล้วลากเข้านอนเลยดีกว่า บอกตรงๆว่าเริ่มขี้เกียจจะทำโจษย์แล้วเหมือนกัน คยองซูเร่งกรอกนมในแก้วลงท้องให้หมดแล้วเดินกลับไปที่เดิมเพื่อที่จะยัดสัมภาระทางวิชาการของแบคยอนกลับเข้ากระเป๋าคืน



ภายหลังจากเดินมายัดหนังสือฟิสิกส์รวมทั้งเก็บอย่างอื่นเข้าที่แล้วเรียบร้อย คยองซูก็ไม่ลืมที่จะยกนมที่เทใส่แก้วเอาไว้ขึ้นไปฝากแบคฮยอนข้างบนด้วย ขืนปล่อยลงมารายนั้นคงจะไล่เขาทำโจษย์ต่อ ละทีนี้ก็ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดี
และเพราะถือว่านี่เป็นบ้านตัวเองก็เลยเปิดประตูเข้าไปโดยไม่ได้เคาะบอกคนในห้อง แว้บแรกทีแอบแง้มประตูเข้าไปคยองซูก็เห็นแบคฮยอนยืนหันหลังให้เขาอยู่ อีกฝ่ายกำลังง่วนกับการสวมเสื้อผ้า



จะว่าไปแล้วนะ ร่างกายของอีกคนนั้นดูแข็งแรงกว่าเขาเสียอีก แต่ทำไมถึงได้ทำตัวอ่อนแอนัก ไหล่กว้างและสรีระที่ดูดีขนาดนี้ถ้าทำตัวแมนกว่านี้สักนิดผู้หญิงคนกรี๊ดกันสะบัด เสียดายแทนพวกที่ไม่ได้เห็นแบคฮยอนตอนถอดแว่นจริงๆ
คยองซูยืนมองแผ่นหลังของแบคฮยอนอยู่อย่างนั้นโดยที่คนภายในก็ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าถูกจับตามองอยู่โดยนกฮูกเจ้าของบ้านจนกระทั่งคนในห้องใส่เสื้อผ้าเสร็จ



"แบคฮยอน" โพล่พรวดเข้าไปแบคฮยอนก็สะดุ้งตัวตกใจจนแว่นที่เพิ่งจะใส่ไปหมาดๆหล่นตุ๊บลงมากับพื้นจนแตก คยองซูรู้สึกผิดเข้าเต็มๆที่เห็นแบคฮยอนย่อตัวนั่งลงคลำหาแว่นที่ตกอยู่กับพื้น งานงอกระดัาติแล้วละ แว่นแตกแบบนี้มันต้องซื้อใช้คืนกี่พันวะเนี่ย



"เห้ย ขอโทษนะเว่ย"



"ไม่เป็นไร" ไม่เป็นไรแล้วทำไมทำหน้าเมือนจะร้องไห้แบบนั้น คยองซูเอ๋อกินทำอะไรไม่ถูก เขารีบเอาแก้วนมที่ถือมาฝากอีกคนไปวางไว้ข้างทีวีแล้วเร่งเข้าไปช่วยพาแบคฮยอนขึ้นมานั่งบนเตียง



"ไม่ใส่แว่นแล้วมองเห็นไหม"



"ไม่ชัดเลย"



"ขอโทษนะแบคฮยอน"



"ไม่เป็นไร ในกระเป๋าฉันมีแว่นสำรองอีกอัน" คยองซูตบไหล่แบคฮยอนเบาๆแล้วลุกไปหยิบนมที่วางไว้ข้างทีวีมายื่นส่งให้แบคฮยอน มองไม่ชัดแบบนี้คยองซูคงต้องอยู่ด้วยจนกว่าอีกฝ่ายจะหลับ



"ฉันลงไปหยิบแว่นข้างล่างให้เอาไหม"



"ไม่ต้องหรอก นายไปนอนเหอะ"



"ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปนอนแล้วนะ"



"อือ"



"อย่าเที่ยวลุกไปไหนละ มองไม่ชัดแบบนี้มันอันตราย" เจ้าของบ้านกำชับหนักแน่น จากนั้นเขาจึงเดินออกจากห้องไปทิ้งให้แบคฮยอนนั่งอยู่บนเตียงคนเดียวภายในห้อง ภายหลังจากที่คยองซูเปิดประตูออกไปแล้วแบคฮยอนก็กระพริบตาถี่ๆพลางยกแก้วนมขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว จากนั้นเขาก็ค่อยๆวางแก้วนมลงบนพื้นห้องอย่างระมัดระวัง


เมื่อหลังสัมผัสกับผืนเตียงแล้วแบคฮยอนก็ลอบถอนหายใจเบาๆ ร่างโปร่งขยับตัวเองเข้าไปซุกนอนใต้ผ้าห่มผืนโตแล้วค่อยๆปิดตาลง





ทางด้านของคยองซู พอกลับเข้ามาถึงห้องก็โล่งใจไปอีกเปราะแต่ก็ไม่ได้โล่งใจไปเสียทีเดียว เอาแบคฮยอนมาอยู่เป็นเพื่อนด้วยแล้วแต่อีกฝ่ายดันแว่นแตก แบบนี้ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาแบคฮยอนจะมาช่วยเขาได้หรอ แต่ไม่หรอก คืนนี้มันต้องผ่านไปด้วยดีสิ ไม่มีอะไรหรอก คิดมากไปได้...



"นอนเถอะมึงเอ้ย" คยองซูตบหัวตัวเองเบาๆแล้วถลากระโดดลงไปนอนแอ้งแม้งบนเตียง นอนมาทั้งวันแล้วแต่ว่าตอนนี้เขาก็ยังง่วงได้ แบบนี้เรียกสันดานคนขี้เกียจชัดๆ คยองซูลากผ้าขึ้นมาห่มแล้วนอนหลับไป เขาไม่ต้องกังวลเรื่องไฟในห้องเลยสักนิด มันจะดับเองอัติโนมัติหลังจากเวลาห้าทุ่ม เพราะเขาเองกลัวความมืดด้วย ไอ้ระบบอัตโนมัติดีๆแบบนี้มันก็ช่วยเขาได้เยอะเลย








ตกดึกของวันนั้น คยองซูพลิกตัวไปมาตามปกติเวลาที่รู้สึกเมื่อยหรือไม่สบายตัว คยองซูพลิกตัวซ้ายทีขวาทีเมื่อรู้สึกว่ามันอึดอัดจนเกินจะทนได้ เขารู้สึกรำคาญอะไรบางอย่างที่มันมาก่อกวนใกล้ๆหู คยองซูจะยกมือขึ้นมาปัดไล่แต่ทว่าก็ต้องสะดุ้งตัวเองเมื่อมือทั้งสองข้างถูกล็อคเอาไว้ด้วยอะไรบางอย่างที่คาดว่ามันคงเป็นกุญแจมือ คยองซูลืมตาขึ้นมาพบกับความมืด มืดจนมองไม่เห็นอะไรสักอย่าง มืดจนเขากลัวไปหมดในทุกบริเวณ



"แบคฮยอน!!" ท่าไม่ดีเสียแล้ว คยองซูรู้ตัวชัดเจนก็ตอนที่ยกมือขึ้นมาคลำหน้าตัวเองแล้วพบว่าเขาถูกผ้าปิดตาเอาไว้อย่างแน่นหนา คนตัวเล็กพยายามดึงผ้านั้นออกแต่ยิ่งดึงก็ยิ่งรัดแน่น สิ่งแรกที่คิดถึงคือแบคฮยอนซึ่งอยู่ห้องข้างๆกัน คยองซูร้องเรียกไปหลายครั้งแต่ก็ไร้เสียงใดตอบกลับมา ยิ่งเป็นแบบนี้ความหวังของเขามันก็ยิ่งริบหรี่ลงว่าจะมีคนเข้ามาช่วยถ้าหากว่าตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในอันตราย



"ปล่อยกูนะ!!" เขาไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำกับเขาแบบนี้ แต่พอจะรู้อยู่ว่ามันคนนั้นตอนนี้ก็กำลังนั่งอยู่ข้างๆตัวเขานี่แหละ คยองซูพยายามจะกลิ้งลงจากเตียงแต่ก็ถูกลากกลับมาตามเดิม สองขาถีบไปมั่วเพราะมันดีกว่านอนอยู่เฉยๆแล้วโดนทำอะไรต่ออะไร





"คยองซู ช่วยฉันด้วย!!!"

เสียงแผ่วเบาของแบคฮยอนที่ร้องขอให้เขาช่วยนั้นดังขึ้นไม่กี่ครั้งก็เงียบไป คยองซูเริ่มใจคอไม่ดีแล้วเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายคงกำลังโดนเหมือนกันกับเขา แบบนี้ก็ซวยกันเป็นแพ็คคู่นะสิ เขาไม่น่าชวนแบคฮยอนมานอนค้างที่บ้านเลย



"ไอ้เหี้ย มึงเป็นใครวะ!!" เหมือนเป็นบ้าเป็นหลังอยู่คนเดียว ไร้เสียงใดตอบกลับมานอกจากเสียงลมหายใจที่เริ่มใกล้เข้ามาเรื่อยๆ คนร่างเล็กก็ถูกกดทับลงมาจนหายใจติดขัด มือเล็กถูกยกขึ้นเหนือหัวแล้วจากนั้นเขาก็ถูกง้างปากด้วยมือของคนที่คยองซูมั่นใจว่าต้องเป็นคนคนเดียวกันกับที่ก่อเรื่องเมื่อวาน ภายหลังจากที่ถูกง้างปากยารสชาติขมฝาดสองสามเม็ดก็ถูกกรอกลงไปพร้อมกับน้ำที่ตามกันมาติดๆจนคยองซูลำลัก



"อย่านะเว่ย!!!" เรี่ยวแรงเต็มร้อยแต่ก็สู้อะไรไม่ได้เมื่อถูกทับตัวเอาไว้แบบนั้น คยองซูดิ้นขลุกขลักอยู่ไม่นานก็ค่อยๆหยุดนิ่งไป คยองซูรู้สึกได้ว่าผ้าที่ปิดตาเขาอยู่นั้นมันถูกปลดออกแล้ว คนตัวเล็กพยายามจะลืมตาขึ้นมาแต่เปลือกตากลับหนักอึ้งจนเปิดไม่ขึ้นเขามองเห็นแค่ความมืดที่เกิดขึ้นจากเปลือกตาที่ปิดสนิท เขาไม่เคยกลัวอะไรขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต



"ปล่อยกู!!"



"อยู่เฉยๆนะที่รัก" แก้มนิ่มถูกลากจูบไล้ลงมาตามโครงหน้า สัมผัสน่าขนลุกพวกนี้มาคลอเคลียอยู่ตามลำคอของคยองซูไม่ห่าง แรงดูดเม้มแรงๆทำให้คยองซูพยายามหดคอหนี สองมือที่ถูกล็อคไว้ด้วยกุญแจมือนั้นพยายามทำร้ายไอ้โรคจิตบนร่างสุดกำลัง เสื้อผ้าที่อยู่ครบบนตัวของเขาถูกปลดออกไปอย่างรีบร้อน กางเกงนอนที่ใส่อยู่หลุดหายไปพร้อมกับกางเกงชั้นในแล้วเรียบร้อย



"อย่า!!" สองขายกหนีบเข้าหากันเพื่อปกป้องตัวเอง อยากจะลืมตาขึ้นมาดูว่าใครที่มันมาทำกับเขาแบบนี้แต่ว่ากลับเปิดตาไม่ขึ้น ร่างกายของเขาเหมือนสั่งงานประสาทบางส่วนไม่ได้
เสื้อที่ใส่เข้าคู่กันกับกางเกงถูกดันขึ้นมากองอยู่ที่คอ ใบหน้าที่ก้มจรดริมฝีปากลงกับยอดอกนั้นค่อยๆตวัดปลายลิ้นหยอกเย้าให้คนใต้ร่างสั่นกลัว คยองซูกำมือเข้าหากันแน่นไม่ต่างอะไรจากเท้าทั้งสองที่จิกลงกับเตียงนอน จุดอ่อนบนแผงอกถูกจัดการด้วยปลายลิ้นที่ร้อนฉ่า คยองซูพยายามเม้มปากตัวเองให้แน่นเพื่อไม่ให้เล็ดเสียงอะไรออกไปอีก แต่ระบบการทำงานของร่างกายมันเป็นไปเองตามปกติเวลาที่ถูกเร้าอารมณ์แบบนี้ ยากจะปฎิเสธว่าไม่รู้สึกอะไรเลยกับริมฝีปากที่โลมเลียอยู่ที่อกของเขา มันเสียวมากจนตัวกระตุกสั่นไปหมด



"ไม่นะ...อึก.." เสียววูบไปตามสันหลังจนด้านล่างมันแสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการจะปลดปล่อย เป็นอีกครั้งที่คยองซูพยายามจะลืมตาขึ้นมาแต่ก็ไร้ประโยชน์ ตาของเขาปิดสนิทในขณะที่ความรู้สึกทุกอย่างนั้นมันชัดเจน



"ไม่ต้องกลัวนะ... ฉันจะอยู่กับนายเอง" เสียงกระซิบเบาๆที่เอ่ยบอกชวนให้คนฟังรู้สึกสยองแต่มันก็แปลกที่คยองซูฟังแล้วกลับรู้สึกว่าตัวเขาเองนั้นค่อยๆผ่อนความเกร็งลง ภายหลังจากที่คยองซูสงบแล้วเขาก็ถูกปลดกุญแจมือออก แต่ทว่าทันทีที่มือทั้งสองเป็นอิสระคยองซูก็จัดการรัวหมัดต่อยอากาศไม่ยั้ง อย่างน้อยก็ทำให้ไอ้โรคจิตนั่นเอาหน้าของมันออกจากอกเขาสักที
สุดท้ายแล้วเมื่อพยายามจะดันตัวเองขึ้นนั่งคยองซูก็ถูกรวบกอดเอาไว้แล้วไม่ได้ตั้งตัวอะไรก็ถูกจูบอีกรอบ เสียงร้องในลำคอแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่ต้องการรับจูบจากมันเลยสักนิด



คยองซูสะบัดหน้าหนีแต่ก็ถูกรั้งเข้ามารับจูบที่ร้อนแรงกว่าครั้งแรก เหมือนมันจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัวยังไงก็ไม่ทราบ ขาสองข้างที่ชันอยู่พยายามหดเข้าหากันเมื่อมันส่งมือเข้าไปยุ่งย่ามกับที่ตรงนั้นอีกแล้ว
ฝ่ามือเดิมที่คยองซูจำได้ลางๆนั้นมันค่อยๆขยับขึ้นลง แรงบีบเบาๆให้ความรู้สึกคับแน่นจนเสียวสะท้าน ปากของเขายังถูกขยี้จูบไปพร้อมกับส่วนกลางลำตัวที่ถูกเอาใจอย่างเต็มที่ คนตัวผอมเลื่อนมือมาขย้ำเส้นผมนุ่มมือของมันแล้วออกแรงจิกดึงพยายามทำให้มันละใบหน้าออก



"อ่า.." เล็บคมจิกลากยาวไปตามท้ายทอยของมันแล้วลากยาวลงมาจนถึงกลางหลัง คยองซูถูกรั้งคอให้รับจูบที่เอาแต่ใจและดื้อด้าน ลิ้นน้อยถูกดูดเลียจนน้ำลายเปรอะปตามแนวขอบปาก ยิ่งขืนตัวดิ้นก็ยิ่งถูกบดจูบจนหายใจไม่ออก
ร่างนั้นดันคยองซูลงนอนราบกับเตียงแล้วตามขึ้นมาคร่อมทับเอาไว้ภายในเวลาสั้นๆ มือที่ขยับปรนเปรอให้ก็หยุดทำงานจนคยองซูค้างเหมือนกัน เขาหวาดกลัวไปหมดทุกอย่าง แต่เขาปฎิเสธอารมณ์พวกนี้ไม่ได้



"อือ.." ปากชื้นแฉะค่อยๆลากต่ำลงมาตั้งแต่แผ่นอกบางจนถึงหน้าท้องราบที่กระเพือมรุนแรง คยองซูงอตัวเองเข้าหากันแทบจะทันทีที่ถูกแตะปลายลิ้นลงที่รอบสะดือ อยากจะเปิดตาขึ้นมาอย่างใจนึกแต่ก็ทำได้แค่ปิดตาแน่นพยายามอย่างไรก็ลืมตาไม่ขึ้น



"อ่ะ..." สะโพกบางแทบจะลอยหวือขึ้นมาเมื่อเขาถูกครอบครองเอาไว้ในโพรงปากที่ร้อนชื้น เกลียวลิ้นที่สะเปะสะปะอยู่มันเร้าเสียจนนอนไม่ติดเตียง คยองซูยันตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วเบียดขาเข้าหาร่างที่อยู่ตรงหว่างขาของเขา มือน้อยขยุ้มกำเส้นผมหนานุ่มจนจะติดมืออกมา เสียงครางเครือของคยองซูนั้นก็ยังหลุดลอยออกจากปากอิ่มเป็นระยะ
คยองซูยากที่จะห้ามใจว่าเขาไม่ได้ต้องการอะไรที่มันมากกว่านี้ จิตสำนึกมันค้านมาเสียงดังฟังชัดว่าเขาจะไม่ยอมให้ไอ้โรคจิตบ้ากามนี่มาทำอะไรกับร่างกายของเขาก็ได้ตามใจอยาก แต่ระบบการทำงานของตัวเขาเองเมื่อมันถูกกระตุ้นจนกระสันอยากแล้วมันก็หยุดไม่ได้ เพียงแค่มันใช้มือเข้ามาช่วยอีกคนตัวเล็กก็เอนกายล้มลงนอนหอบหายใจหนัก



คนตัวเล็กเม้มปากเข้าหากันแน่นเพราะตัวของเขามันรู้สึกโหวงเหวง และที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าความคั่งค้างในตัวมันได้มันพุ่งออกไปจนสุดทางแล้ว คยองซูเพิ่งจะได้หยุดหายใจแต่หลังจากนั้นเพียงไม่นานเขาก็ถูกยกขาทั้งสองข้างขึ้นไปพาดเอาไว้บนบ่า
แทบจะไม่ต้องนึกเลยว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป คยองซูดูหนังประเภทนั้นบ่อยแต่ก็ไม่ได้ดูผู้ชายกับผู้ชายสักหน่อย เขาไม่เคยรู้ว่าเวลาถูกเอาใจมันเป็นยังไงแต่ก็เพิ่งมาซึ้งว่าทำไมพวกที่อยู่ข้างล่างถึงครางถี่ขนาดนี้ก็หลังจากเมื่อสักครู่นี่แหละ สะโพกบางลอยสูงขึ้นอีกจนเจ็บร้าวที่กระดูกสันหลัง



คยองซูรู้สึกได้ถึงทุกการกระทำว่ามันกำลังถูไถบางอย่างอยู่ที่ด้านหลังของเขา
อะไรที่มันดูท่าทางจะสงบก็กลับมาแข็งขืนขึ้นมาจนคยองซูนึกกลัว ปากที่สั่นเทาพยายามขอร้องให้มันหยุดแต่ก็เหมือนไปกระตุ้นให้มันยิ่งเร่งจัวหวะเข้าไปอีก



"ได้โปรดนะ ฉันกลัวแล้ว" เสียงชู่ว ลอยมาเข้าหูคยองซูพร้อมกันกับที่มีอะไรบางอย่างดันเข้ามาในตัวของเขา คยองซูเกร็งตัวเองแน่นเมื่อถูกล้ำเข้ามา มันไม่ควรจะเป็นอย่างนี้สิ เขาไมได้เกิดมาเพื่อรองรับอะไรแบบนี้



"แค่นิ้วเอง" คยองซูสะบัดหน้าปฎิเสธ แต่มันก็ยิ่งกดนิ้วเข้ามาเพิ่มมากขึ้นไปอีกจนคยองซูร้องไห้ออกมา เสียงสะอื้นนั้นดูเจ็บปวดและน่าสงสารจนมันยอมถอนนิ้วออก ร่างของคยองซูถูกปล่อยให้นอนราบกับพื้นเตียงตามเดิมแล้วจากนั้นคยองซูก็รู้สึกว่าไอ้โรคจิตคนนั้นมันกำลังถอยห่างออกจากตัวเขาไป
บรรยากาศในห้องเงียบลงไปแล้วจนคยองซูโล่งใจว่ามันยอมจากไปแล้วจริงๆ แต่เขาก็มารู้ตัวเองว่าที่คิดไปนั้นมันผิด เตียงของคยองซูยวบลงอีกครั้งพร้อมกับที่มันแทรกตัวเข้ามาที่หว่างขาของเขา คนตัวเล็กถูกพลิกให้คว่ำแล้วยกสะโพกชันขึ้น คยองซูพยายามจะคลานตัวเองหนีออกห่างจากอันตรายใกล้ๆนี้แต่ก็ถูกล็อคสะโพกเอาไว้




"อ่ะ...อื้อ" แว้บแรกของความรู้สึกคือความซ่านที่แผ่ขึ้นมาทั้งตัว ไม่ต้องเสียเวลานึกอะไรให้มากนักคยองซูก็เดาออกว่ามันกำลังทำอะไร ลิ้นชื้นที่แตะอยู่กับที่ตรงนั้นมันปลุกทุกส่วนของร่างกายให้ตื่นจนเนื้อสั่น ทุกครั้งที่ถูกทำคยองซูก็หลุดร้องออกไปทุกครั้ง นิ้วเท้าจิกเกร็งหากันจนแน่นตึงไปหมดแล้ว



"อ้ะ ...อ่า.... ฮื่ออ" ใบหน้าที่ชื้นไปด้วยเหงื่อแนบกดลงกับหมดของตัวเองจนจมไปทั้งหน้า คยองซูหัวเข่าสั่นคลอนจนตั้งสะโพกตัวเองไม่ไหว ความรู้สึกเวลาที่ถูกของเย็นๆเหนียวๆมาถูไถอยู่ตรงนั้นมันแปลกประหลาด เพียงแค่นิ้วยาวๆส่งเข้ามาภายในพร้อมกับเจลลื่นๆมันก็ชวนให้อึดอัดจนหายใจไม่ออก ยิ่งจังหวะที่ขยับชักเข้าออกนั้นมันก็ล้วนปนความเจ็บไปด้วยทุกครั้ง
เจ้าของบ้านที่ถูกบุกมารังแกกันถึงในห้องได้แค่นอนกลั้นใจอยู่บนเตียงของเขาเอง ริมฝีปากนิ่มเม้มเข้าหากันแน่นสะกดความเจ็บที่สวนเข้ามาอย่างหนักหนากว่าเมื่อสักครู่เป็นเท่าทวี คยองซูปรับจังหวะลมหายใจตัวเองให้ช้าลงเพราะยังไงคืนนี้เขาก็คงจะไม่รอดอยู่แล้ว เจ็บไปหมดทั้งตัว...



"ฮ่า..." แรงเสียดสีเบาๆที่ทางข้างหลังค่อยๆกระชั้นถี่ คยองซูกำหมอนตัวเองแน่นเพราะเขาต้องทนให้มันผ่านไป เขาจะสาปแช่งมันให้มันตายไปจากโลก โลกนี้ไม่ควรจะมีใครที่ต้องมาเจออะไรแบบเขาเลย คยองซูน้ำตาไหลออกมาพร้อมเสียงสะอื้น เจ็บเหมือนตัวจะฉีกออกจากกัน คยองซูจำใจกัดฟันแน่นเมื่อถูกคนข้างหลังขยับตัวอย่างหนักหน่วง มันกระแทกซ้ำลงที่เดิมจนเขาชินชาและเริ่มรู้สึกได้ว่าตัวเขากำลังตอบรับสิ่งนั้นในทุกจังหวะการเคลื่อนไหว



คนตัวเล็กครางออกมาเมื่อรู้สึกหวิวจนกลัดกลั้นไม่ได้ จะเรียกอารมณ์แบบนี้ว่าอะไรดีเขาก็หาคำมาพูดไม่ได้ ทั้งกลัวแล้วก็ต้องการในเวลาเดียวกัน คยองซูกำหมัดตัวเองแน่นเมื่อแผ่นหลังบางถูกลูบไล้อย่างไม่ปล่อยห่าง ลิ้นชื้นแฉะที่แตะวาดอยู่บนท้ายทอยมันก็ทำให้เขาขนลุกและขยาดไปในเวลาเดียวกัน



คยองซูยันแขนตัวเองขึ้นทั้งสองข้างแล้วสะบัดหน้าตัวเองเรียกสติ อารมณ์ในตัวนั้นแผ่กระจายไปทุกส่วนจนสั่นสะท้าน เขาไม่อยากจะเป็นเครื่องมือรองรับความสุขของมันแบบนี้ แต่เขาปฎิเสธอะไรไม่ได้เลย ทั้งพยายามจะสะกดเสียงตัวเองเอาไว้แต่ว่ามันกลับดูจะชอบใจด้วยซ้ำที่เขากลั้นเสียงตัวเองจนอึกอักและกลายเป็นว่าเขาเองที่ต้องมาดื้นเร่าๆอยู่ฝ่ายเดียว...



"อืม.." ขึ้นชื่อว่าจูบหากไม่มีการรุกล้ำก็คงไม่เรียกว่าจูบ ปลายคางมนถูกจิกแรงๆจนต้องยอมเปิดตามตัวเองออกให้มันส่งลิ้นเข้ามากระเซ้าแหย่ คยองซูจะกัดลิ้นมันให้ขาดไปซะแต่ก็ทำไม่ทันสุดท้ายกลายเป็นว่าเขาต้องมางับริมฝีปากตัวเองแทน
เมื่อถูกพลิกกลับมานอนราบความรู้สึกที่ยากจะสั่งห้ามนั้นมันก็สั่งให้คยองซูยกขาขึ้นเกี่ยวกับเอวเพรียวนั่นแล้ววาดมือมาเกาะไหล่คนบนตัวเอาไว้ ส่วนไอ้โรคจิตนั่นก็ซุกหน้าลงกับคอของเขาแล้วตีตราลงไปจนแสบร้อน คยองซูเองพยายามกระพริบตาถี่ขึ้นเมื่อเปิดตาตัวเองขึ้นมาได้บ้างเล็กน้อย แต่เขาก็มองเห็นการเคลื่อนไหวของมันแค่เพียงเลือนลาง



"ชอบไหม"



"อือ" มือข้างหนึ่งที่ลากต่ำลงไปเล่นที่ข้างล่างฉุดคยองซูให้ขึ้นสู่จุดที่สูงที่สุดจนอยากจะร่วงตกลงมาเต็มที เสียงนกจากข้างนอกเริ่มดังขึ้นบ้างแล้วเพราะใกล้จะเช้าแต่เขายังไม่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระโดยง่าย จะกี่ครั้งกี่ครั้งก็ยังต่อ และเพียงชั่วอึดใจเดียวคยองซูก็ปล่อยน้ำตาออกมาอีกครั้งแล้วกำไหล่มันคนนั้นเอาไว้แน่นเพราะร่างกายที่สั่นคลอนหนักกว่าที่ผ่านมา




"อ้ะอ่ะ อ๊า..." หยาดหยดที่ซึมออกมาบ่งบอกว่าการร่วมทางครั้งนี้มาสุดปลายทางแล้ว คนตัวเล็กหอบกระเส่าเพราะหายใจไม่ทันซ้ำอาการมึนอย่างรุนแรงก็แทบจะรั้งสติของเขาให้หลุดหายไปจากตัว ส่วนผู้ที่ร่วมกิจกรรมกันมาทั้งคืนก็เร่งเร้าสะโพกตัวเองอย่างรีบร้อน เสียงแหบพร่าที่คลายออกมานั้นเปี่ยมไปด้วยสุขที่ได้อัดกายกระแทกเข้าไปจนกระทั่งปลดปล่อยออกมา



"ทำไมถึงน่ารักขนาดนี้" มันจ้องมองผิวเรื่อของคยองซูที่เป็นสีชมพูไปหมดเพราะเลือดฝาด สีชมพูคือสีที่มันชอบ... ไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าถ้าเกิดห้องนี้ไม่ได้ปิดไฟเอาไว้ มันคงได้เห็นสีชมพูจากอย่างอื่นด้วย
เจ้าของบ้านผ่อนลมหายใจเข้าออกอย่างแผ่วเบาเพื่อคุมตัวเองให้ครองสติอยู่ได้จนเห้นหน้าของมันที่กำลังยุ่มย่ามกับการจับเขาใส่เสื้อผ้า คยองซูรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่เขาจะฝืนเปลือกตาตัวเองให้เปิดออกในขณะที่ความง่วงมึนเข้าครอบงำแบบนี้



"ที่รัก..." คยองซูหลับตาลงแน่นเมื่อใบหน้าเลือนลางโน้มต่ำลงมาบดจูบริมฝีปากของเขาอย่างไม่รู้อิ่ม เขารู้สึกเจ็บแน่นที่อกซ้ายจนอยากจะกระชากคอไอ้โรคจิตมาอัดให้น่วม แต่มันติดที่ว่าคนเก่งในตอนนี้ทำได้เพียงแค่นอนนิ่งๆให้มันคนนั้นจูบอย่างลึกซึ้ง



"เมียครับ รอนะ แล้วผัวจะมาเยี่ยมบ่อยๆ" เตียงนุ่มค่อยๆเบาลงไปเมื่อร่างนั้นล่าถอยออกห่าง คยองซูใช้เท้าลากเอาผ้าห่มที่ปลายเตียงขึ้นมาห่มคลุมร่างของตัวเองด้วยความเชื่องช้าผิดปกติ
เขาเจ็บร้าวไปทุกส่วน อยากจะร้องก็ร้องไม่ออกเพราะต่อมน้ำตามันไม่ทำงานตั้งแต่ตอนที่เขาครางสยิวและดูสมยอมให้กับมันคนนั้นมาย่ำยีกันแล้ว มันน่าทุเรศนะที่เขาเป็นผู้ชายแต่กลับถูกกระทำราวกับเป็นหญิงสาวคนหนึ่ง




ภายในห้องนอนของคยองซูถูกทิ้งให้เหลือไว้เพียงแค่ไอร้อนและกลิ่นคาวของเหงื่อและอะไรอย่างอื่นที่เปื้อนอยู่บนที่นอน
ทางด้านของร่างโปร่งที่ยืนกรีดยิ้มอยู่หน้าห้องนั้นก็ดูพออกพอใจกับผลงานของตัวเอง การได้นอนกับคนที่ใคร่อยากจะทำด้วยมานานมันก็รู้สึกดีแบบนี้แหละนะ ถึงคนตัวผอมที่นอนอยู่ในห้องจะดิ้นขัดดิ้นขืนแต่ก็ใช่ว่าจะไม่เปิดรับอะไรเลย ซ้ำบางจังหวะยังตอบรับให้อย่างดีจนอยากจะพาตัวเองเข้าไปให้ลึกที่สุดแต่เอาเถอะ มันต้องมีสักวันสิที่คยองซูจะร้องเรียกชื่อของเขาได้อย่างเต็มปาก






และเราคงจะมีความสุขกันมากกว่านี้...










TBC.


| ♫~* 619 (six one nine) | COM(0) | | TB(-) |
2014-10-26 (Sun)



2 Days




"คยองซูมึงจะไปไหนวะสัด" เสียงป้อแป้ของเพื่อนสนิทเอ่ยเรียกคยองซูซึ่งร่างผอมกำลังเดินไปเกาะอยู่ที่ประตูห้องคาราโอเกะในสภาพเมาหนักไม่ต่างกันสักเท่าไร เป็นเพราะว่าวันนี้สอบเก็บคะแนนเสร็จก็เลยได้เฮฮากันอย่างเต็มที่ พรุ่งนี้ก็วันเสาร์ จะตื่นกี่โมงก็ได้ทางบ้านไม่เคร่งเรื่องเวลานอน



"มินซอกจ๋า มึงไปเป็นเพื่อนกูหน่อย" คยองซูยืนโงนเงนอยู่ตะโกนสวนกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มไปเรียกมินซอกที่สติดีที่สุดแล้วในตอนนี้ คนไซด์เดียวกันวางมือถือลงแล้วยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อจากนั้นก็เดินมาลากตัวคยองซูไปส่งที่ห้องน้ำ ระหว่างทางมินซอกก็บ่นเรื่องพี่ชายที่บ้านซึ่งมันโทรมาด่าเรื่องที่ป่านนี้เขายังไม่ยอมกลับ



"คยองซู มึงไปเข้าเองนะเดี๋ยวกูรอแถวนี้แหละ"



"เออ มาเป็นประโยชน์ไหมมึงเนี่ย" คยองซูแก้มแดงเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ร่างเล็กเดินเกาะตามผนังเพื่อเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ด้านในสุดของชั้น ร้านคาราโอเกะนี้ชั้นล่างเป็นร้านอาหาร ชั้นสองเป็นคาราโอเกะธรรมดาส่วนตอนนี้เขาอยู่ชั้นสี่ ชั้นวีไอพี ซึ่งเงียบประหนึ่งกับว่ามันถูกปล่อยร้าง ห้องคาราโอเกะที่เดินผ่านๆมาก็ไม่มีการเข้าใช้งานเลยสักห้อง



"ยังไม่อยากกลับ" มินซอกกรอกเสียงผ่านโทรศัพท์กระแทกกระทั้นอย่างไม่พอใจในตัวพี่ชายที่ด่าฉอดๆ



"ไม่กลับ รอเพื่อนเข้าห้องน้ำก่อน!!"



"ไม่ได้ พี่รอข้างล่างละลงมาเดี๋ยวนี้เลย" มินซอกตาโตทันทีเมื่อรู้ว่าพี่ชายมายืนรออยู่หน้าร้านแล้ว



"โอเคๆ ก็ได้ๆ เดี๋ยวลงไปหาเองแต่ไม่ต้องขึ้นมานะ" มินซอกมองซ้ายขวาแล้วก็คงไม่มีอะไรน่ากลัวนอกจาความเงียบ ด้วยความที่หงุดหงิดจากพี่ชายก็เลยรีบลงบันไดไปหามันที่รออยู่หน้าร้าน ขืนปล่อยให้ขึ้นมาก็ได้มาอาละวาดโวยวายจนหมดอารมณ์ร้องคาราโอเกะกันพอดี





การที่เพื่อนร่วมทางหายไปโดยไม่รู้ตัวนั้นเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับคยองซู แต่มันก็คือเรื่องดีสำหรับคนที่แอบซุ่มอยู่ที่ทางหนีไฟของชั้นสี่เช่นเดียวกัน


ร่างโปร่งแง้มบานประตูออกมากวาดสายตามองบริเวณรอบๆซึ่งเงียบหมดแล้ว แสงไฟจากตู้คาราโอเกะเพียงห้องเดียวที่ยังสว่างอยู่คือสัญญาณที่ดีว่าบริเวณนี้มีแต่พวกเมาไม่ได้สติ...




คยองซูเข้ามาถึงห้องน้ำแล้วก็วิ่งขาพันกันเข้าไปที่อ่างล้างหน้า กระเพาะที่มีแต่ของมึนเมาทำเหมือนกับว่ามันจะขย้อนเอาทั้งเหล้าเบียร์รวมถึงอะไรอื่นๆออกมา คยองซูจะล้วงคอออกแต่มันก็ไม่ออกอย่างใจนึก มือเล็กเอื้อมไปเปิดน้ำให้ไหลเบาๆแล้วยื่นมือไปกวักน้ำมาล้างหน้าตัวเอง เมาเป็นหมาแบบนี้กลับบ้านไปแม่คงไล่ตีจนได้วิ่งป่าราบกันแน่ๆ
ในขณะที่กำลังตบหน้าเรียกสติตัวเองอยู่ไฟในห้องน้ำก็ดับพรึ่บจนคนเมาสะดุ้งโหยง คยองซูหัวใจหล่นตุบเพราะกลัวความมืดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว



"มินซอก!!" พยายามเรียกมินซอกให้เข้ามาหาแต่คนที่บอกว่าจะรออยู่ข้างนอกก็เงียบกริบไม่ยอมเข้ามา แต่เพียงอึดใจเดียวก็มีเสียงฝีเท้าก็ตรงมาหาคยองซู ซึ่งนั่นคงเป็นมินซอก คยองซูใจชื้นขึ้นมาบ้างเมื่อเพื่อนของเขาเดินเข้ามาจับไหล่เขาเอาไว้



"มึงพากูกลับหน่อย กูกลัว" แทนที่จะพาคยองซูออกมาแต่กลายเป็นว่าร่างที่มาในเงามืดนั้นกลับเดินเข้าไปปิดประตูห้องน้ำเอาไว้แล้วจัดการล็อคจนได้ยินเสียงคลิ๊กของลูกบิด



"ไอ้มินซอกเปิดไฟดิ กูกลัวจริงๆนะเว่ย" คยองซูพูดอยู่คนเดียวโดยไร้การตอบรับ คนที่เมาแอ๋ทรงตัวเกาะขอบอ่างล้างหน้าเอาไว้แน่นเมื่อรู้สึกเหมือนกำลังจะล้มลงไปนอนกับพื้นห้องน้ำแต่ฉับพลันคนที่เขาคิดว่าเป็นเพื่อนสนิทกลับเดินมาซ้อนอยู่ข้างหลังแล้วดันคยองซูจนชิดขอบอ่าง นิ้วมือยาวล็อคไหล่คยองซูเอาไว้จนคนตัวผอมเริ่มรู้สึกไม่ดีกับสัมผัสที่แน่นหนาแบบนี้



"ไม่ต้องกลัวนะ ฉันจะอยู่กับนายเอง"



"ปล่อย!!" ยังไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือจากใครผ้าผืนบางก็ถูกยกขึ้นมาคาดปากคยองซูเอาไว้แล้วมัดจนคยองซูรู้สึกแน่น ด้วยความที่สติสัมปชัญญะมีไม่ครบร้อย ขัดขืนต่อสู้อะไรไม่ได้ คยองซูนั้นตกเป็นรองอย่างชัดเจน
ข้อศอกน้อยพยายามกระทุ้งให้คนข้างหลังออกห่างแต่ก็ดูเหมือนว่ามันยิ่งแนบชิด แขนจากด้านหลังโอบรอบเอวคยองซูไว้แล้วล้วงมือเข้าไปในสาปเสื้อนักเรียน


คยองซูดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดของใครสักคน มือยาวนั้นลากวนอยู่แถวหน้าท้องเพียงไม่นานก็วกลากลงต่ำ ผู้ที่ตกเป็นผู้ถูกกระทำขืนตัวเองอีกครั้งเมื่อถูกล่วงเกินอย่างหนัก คยองซูขยับปากพูดแต่ก็ฟังไม่ได้ศัพท์ คนเมาสะบัดตัวเองแรงๆเพราะไม่อยากตกอยู่ในอันตรายไปมากกว่านี้



จมูกโด่งที่กดแนบลงมาตามลำคอของเขามันให้ความรู้สึกน่าขยะแขยงแบบแปลกๆ พินิจเอาจากท่าทางและเรี่ยวแรงของอีกฝ่ายแล้วคยองซูก็พาลจะร้องไห้ มันเป็นผู้ชาย...



ผู้ชายที่ซ้อนหลังเขาอยู่กำลังปลดเข็มขัดนักเรียนของเขาออก คยองซูงอตัวเองจนสุดกำลังเพราะไม่อยากให้กางเกงนักเรียนของตัวต้องตกลงไปกองที่ข้อขา แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกก่ายขาเอาไว้ทั้งสองข้าง ส่วนลำตัวที่คดงอถูกกระชากดึงให้ตั้งตรงท่ามกลางแรงขัดขืนของคนที่ตัวเล็กกว่า





ทั้งที่คิดไว้ว่าจะมาแบบนิ่มนวลแต่อีกคนก็ดื้อเสียเหลือเกิน...





คยองซูแหงนหน้ามองกระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำก็เห็นแค่ลักษณะของคนไม่เห็นแม้แต่ใบหน้าของมันที่กำลังลวนลามเขา ร่างที่ยืนซ้อนหลังอยู่รั้งเอวคยองซูเข้ามาแนบชิดแล้วเลื่อนมืออีกข้างลงไปวุ่นวายที่ส่วนไวสัมผัส



"..ฮื่อ...." ฝ่ามือเล็กที่ทุบตีท่อนแขนของคนด้านหลังอยู่ค่อยๆหยุดชะงักแล้วเปลี่ยนมาฝังเล็บลงไปแทน คยองซูจิกเท้าตัวเองแน่นเมื่อถูกกระตุ้นอย่าต่อเนื่อง ฝ่ามือที่กำรอบอยู่นั้นกำลังคลึงนวดจนเขาหมดแรงจะต่อต้าน อารมณ์คนเมากับคนปกติระดับความอดทนมันไม่เท่ากัน เขาอยากจะดิ้นตัวเองให้มากกว่านี้แต่ธรรมชาติของเขามันตอบรับฝ่ามือนั้นเองโดยไม่อาจปฎิเสธได้ว่ารู้สึกถึงแรงอารมณ์ขึ้นมาบ้างแล้ว



คยองซูทำได้แค่เอนศีรษะไปมาและกรอกตามองไปรอบๆทั้งๆที่มองไม่เห็นอะไร แขนของเขาทั้งสองข้างถูกรวบมากอดรัดเอาไว้จากทางด้านหลังเพราะเขาฝังเล็บลงไปบนผิวเนื้อของไอ้คนข้างหลังแรงเกินไปเลยถูกมัดไว้ด้วยวงแขนของอีกฝ่ายแบบนี้



"..อึก" ใบหูน้อยถูกโจมตีเป็นระลอกจนต้องหดคอหนี รู้ว่าตัวเองกำลังไม่ปลอดภัยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากดิ้นขลุกขลักเป็นการปฏิเสธที่จะรับสัมผัสนั้นๆ เสียงสูดดมตามลำคอที่รุนแรงกระชากคยองซูให้วาบหวามไปทั้งตัว ส่วนล่างที่ถูกมือยาวขยับให้มันก็แข็งขืนขึ้นมาตามปกติเพราะถูกปลุกเร้า ฝ่ามือที่ขยับอย่างชำนาญมันทำให้คยองซูนึกกลัวว่ามันจะไม่ได้หยุดอยู่แค่นี้



"อ้ะ" การกระทำที่หน่วงหนืดเปลี่ยนมาเป็นรุนแรงและถี่ขึ้น คยองซูบิดเร่าไปมาในอ้อมกอดของคนข้างหลัง เขาไม่รู้ว่าไอ้บ้านี่คือใครแต่ที่เขารู้สึกคุ้นเคยก็คงจะเป็นกลิ่นกายที่เหมือนกับว่าเขาเคยไปได้กลิ่นน้ำหอมแบบนี้มาจากที่ไหนสักที่ สมองของเขาตีกันรวนเพราะยิ่งคิดยิ่งนึกไม่ออก ฤทธิ์เหล้าแผลงออกมารุนแรงจนตามใบหน้าขึ้นสีจัดเพราะเลือดที่สูบฉีด



"อื้ออ!!" ผ้าที่คาดปากอยู่ถูกดึงออกอย่างแรงจนคยองซูแสบไปทั่วขอบปาก ยังไม่ได้ร้องเรียกคนมาช่วยร่างก็ถูกพลิกกลับมาสวมกอดเอาไว้จากข้างหน้าแล้วจากนั้นเขาก็ถูกจูบ จูบหนักๆทำให้ใบหน้าน่ารักเอนเอียงไปข้างหลังอย่างช่วยไม่ได้ และพอมือเป็นอิสระคยองซูก็ยกขึ้นมาคลำตามใบหน้าของคนที่กำลังรุกจูบเขา ใบหน้าเรียวยาวและแก้มนิ่มมันให้ความรู้สึกคุ้นเคยเหมือนเขาเคยได้สัมผัสมาก่อนหน้านี้แต่ก็นึกไม่ออกว่าใคร คยองซูพยายามดันไหล่กว้างนั้นให้ออกห่างแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่จิกกำเอาไว้



คยองซูถูกต้อนจนมุมด้วยปลายลิ้นร้อน คนตัวเล็กหดลิ้นหนีแต่ก็ถูกดูดดุนจนสุดท้ายจึงยอมปล่อยให้อีกฝ่ายล้ำเส้นเข้ามาหนัก รสชาติของความหวานมันซึมเข้ามาอย่างห้ามไม่ได้ คยองซูรู้สึกถึงรสชาติของสตอเบอร์รี่ในทุกครั้งที่ลิ้นมาพัวพันกัน


"อือ.." น้ำลายเหนียวหนืดไหลเปื้อนลงมาตามขอบปากทันทีที่ปากอิ่มถูกถอนจูบออก คยองซูเจ็บหนึบไปทั่วท้องเพราะกำลังจะ
ฝืนต่อไม่ไหว ศีรษะเล็กโน้มลงพิงกับอกของใครที่เขาไม่รู้จักแล้วซุกหน้าอยู่อย่างนั้น เสียงครางเครือเบาๆหลุดลอยออกมาจากริมฝีปากอิ่มตึงเมื่อรู้สึกว่ามันใกล้จะถึงฝั่งเข้าไปทุกที



"อะ..อ่า" คนเมาเป็นทุนเดิมอยู่แล้วเขาอ่อนหมดแรงไปในทันทีหลังจากที่ตัวของเขากระตุกแล้วปลดปล่อยอารมณ์ร้อนแรงของตัวเองออกมาจนหมดกระสุน




ร่างน้อยที่ยืนหอบหายใจอยู่เริ่มรู้สึกถึงความพะอืดพะอมที่ตีขึ้นจากในช่องท้องแล้วทำท่าเหมือนกับว่ามันจะสวนขึ้นมาออกทางช่องปากแต่มันก็เป็นแค่อาการเท่านั้น คยองซูทำเหมือนจะอาเจียนออกมาแต่สุดท้ายก็กลายเป็นว่าคยองซูนั้นกลับหมดสติหลับคาอกของร่างนั้นไป
ทางด้านคนที่เพิ่งจะรีดน้ำคยองซูนั้นก็ดูจะพอใจไม่ใช่น้อยกับท่าทีของคนตัวเล็ก ถึงจะดิ้นบ้างขัดขืนบ้างแต่สุดท้ายก็ยอมครางออกมาให้ได้ยิน ก็ยังดีนะ พอถูไถได้เหมือนกัน



ร่างนั้นกางนิ้วของตัวเองแยกออกก็รู้สึกถึงของเหลวหนืดๆที่ไหลอยู่ตามง่ามนิ้ว ซึ่งมันคือของฝากจากคยองซูนั่นแหละ คนก่อเรื่องค่อยๆประคองกอดร่างคยองซูเอาไว้ไม่ให้ไหลลงไปนอนกับพื้นห้องน้ำแล้วจากนั้นก็จัดการเปิดไฟที่สวิตส์ใกล้ๆมือ
กางเกงนักเรียนของคยองซูที่ถูกปลดลงไปกองอยู่ที่ข้อขาถูกรั้งขึ้นใส่ให้แบบสบายๆ เข็มขัดที่คาอยู่กับกางเกงก็จัดการใส่ให้เรียบร้อยตามเดิม จะคราบอะไรที่ไม่พึงประสงค์ก็ถูกเช็ดออกด้วยผ้าเช็ดหน้าผืนบางๆจนหมดสิ้น จากนั้นร่างของคยองซูก็ถูกประคองออกมานั่งลงกับพื้นใกล้ๆทางเข้าห้องน้ำด้วยความทะนุถนอมราวกับกลัวว่าคนตัวเล็กจะบุบสลาย




"น่ารักจัง" คนที่หมดสติไปถูกขโมยจูบที่ริมฝีปากอีกครั้งแล้วเวลาไล่เลี่ยกันพวงแก้มนิ่มก็ถูกฉวยโอกาสหอมเข้าไปฟอดใหญ่ คิดว่าจะทำให้มากกว่านี้แล้วเชียว เพียงแต่ว่าเสียงฝีเท้าเร็วๆเหมือนคนกำลังเดินขึ้นบันไดมันกลับดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน น่าเสียดายจริงๆ...




"แล้วเจอกันใหม่นะที่รัก"







เพื่อนร่างเล็กบอกลาพี่ชายของตัวเองแล้วเร่งฝีเท้าเดินขึ้นมาด้วยท่าทีกระวนกระวาย มินซอกรีบเดินขึ้นมาที่ชั้นสี่เพราะนึกได้ว่าทิ้งคยองซูที่เมาแอ๋ให้ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว พอเดินมาถึงก็ผงะเมื่อเห็นเพื่อนตัวเองนั่งคอพับอยู่ที่ทางเข้าห้องน้ำซึ่งบริเวณรอบๆนั้นมืดไปหมดจนเหมือนไฟดับ
ซึ่งพอเห็นบริเวณรอบๆนั้นมืดสนิทขนาดนั้นมินซอกก็ตกใจ นี่ถ้าเขาไม่ขึ้นมาพวกที่มัวแต่สนุกสนานในห้องคาราโอเกะมันจะรู้กันไหมว่าเพื่อนรักของพวกมึงมานอนหมดสติอยู่คนเดียวแบบนี้



"คยองซู เห้ย!! มึงตื่น"



"อาการเดิมปะวะเนี่ย" ร่างเล็กรีบพยุงตัวคยองซูให้ลุกขึ้นอย่างยากลำบาก ตัวก็ไม่ได้ใหญ่โตไปจากกันเท่าไร มาอุ้มประคองกันแบบนี้ไม่อยากจะคิดเลยถ้าเกิดว่าเขาจะพาคยองซูล้มหัวแตกอยู่แถวนี้
มินซอกรู้ว่าเขาคงไม่สามารถแบกคยองซูไปได้แน่ๆจึงตัดสินใจดันให้คยองซูพิงกับผนังตามเดิม ส่วนตัวเองก็วิ่งเข้าไปตามเพื่อนคนอื่นในห้องมาช่วยพยุงคยองซูกลับ ในใจก็ภาวนาว่าคยองซูจะไม่เกิดอาการพิสดารอะไรขึ้นมาให้เขาต้องรู้สึกแย่อีก เพราะแค่ที่เป็นอยู่มันก็แย่มากพอแล้ว








เช้าวันเสาร์

คยองซูตื่นขึ้นมาอีกทีตอนบ่ายสองโมง เขาจำเหตุการณ์เมื่อคืนไม่ได้เลยว่าใครเป็นคนพาเขาหามมาส่งบ้าน ร่างผอมชันตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงได้ไม่นานจากนั้นก็พะอืดพะอมอีกรอบ คยองซูถีบผ้าห่มออกอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งปรี่ไปเข้าห้องน้ำ
ชักโครกที่แห้งสนิทถูกใช้เป็นที่ขย้อนของเก่าของใหม่ออกมา



คยองซูโก่งคออ้วกจนน้ำหูน้ำตาไหล กลิ่นเหล้าฉึ่งที่ปนออกมาด้วยทำให้คยองซูรู้ตัวว่าวันนี้คงหมดสภาพแล้ว แน่นอนว่าเขาคงไปไหนไม่ได้ นัดกันกับแฟนเอาไว้ก็คงต้องโทรไปขอเลื่อน แต่ก็ไม่แน่ใจเท่าไรว่าครั้งนี้ถ้าขอเลื่อนอีกเขาเองก็อาจจะถูกฝ่ายหญิงนั้นขอเลิก แล้วก็เป็นไปตามที่คาดไว้ทุกประการ


พอโทรไปขอเลื่อนนัดแม่คุณก็ด่าฉอดๆแล้วก็จบประโยคด้วยการกระแทกเสียงใส่เน้นๆว่าผู้ชายแบบเขามันไม่น่าคบด้วยให้เสียเวลา เราเลิกกัน!! โอเค เป็นอันว่าซึ้งในน้ำใจจริงๆ เขาแฮงค์ขนาดนี้น้ำใจจะมาดูมาแลนั้นกลับไม่มี ซ้ำยังมาขอเลิกกับเขา แต่ก็ดีเหมือนกัน ระหว่างเอาเวลาไปเดทกับแฟนคยองซูสู้ไปเที่ยวกับเพื่อนดีกว่า
พูดถึงเรื่องเที่ยวแล้ว เหมือนกับว่าเขาลืมอะไรบางอย่างที่มันเกี่ยวกับเรื่องเที่ยวๆนี่แหละ จำได้ลางๆแค่ว่านัดกับใครเอาไว้ว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน แต่เขาก็นึกไม่ออกเลยว่าคนคนนั้นคือใคร...




ร่างผอมแห้งเอนตัวลงนอนราบกับเตียงนอน พอได้เอาของเมื่อคืนออกบ้างสมองมันก็เริ่มปลอดโปร่ง แน่นอนว่าพอสมองโล่งแล้วเรื่องที่ลืมไปแล้วมันก็ไหลกรอกลับมาเตือนสติ คยองซูเลื่อนมือไปควานหามือถือตัวเองในกระเป๋ากางเกงนักเรียนที่ใส่อยู่แล้วเร่งเปิดกล้องหน้าออกมาสำรวจตัวเอง และก็บังเอิญว่าดันมีกระดาษอะไรติดออกมาด้วย



"ชะ..เชี่ย!!" พอเห็นปื้นแดงๆที่ประดับอยู่เต็มลำคอก็นึกได้ทันทีว่าเมื่อคืนเขาเกือบจะตกเป็นเมียใครก็ไม่รู้ ไอ้บ้านั่นต้องเป็นโรคจิตที่แอบซุ่มอยู่ที่ร้านนั่นแน่ๆ คยองซูกระแทกมือถือลงกับเตียงแล้วนวดขมับ เขาก็รู้อยู่ว่าตัวเองตกเป็นเป้าสายตาของพวกผู้ชายบางตัวบางตน แต่เขาไม่ได้ชอบผู้ชายเว้ย!!
เล่นกันแรงถึงขนาดที่ลักลอบมาชักมือเข้าออกให้เขาแบบนี้มันเริ่มจะน่าหวาดระแวงแล้ว ยิ่งในยามที่เขากินเหล้าเมาแบบนั้นก็ยิ่งเป็นเรื่องง่ายถ้าจะตกเป็นเมียของไอ้บ้ากามคนนั้น แต่พระเจ้ายังคุ้มครอง เขาแค่ถูกระบายอารมณ์ให้เท่านั้นไม่ได้ถูกแทงข้างหลังอย่างที่กลัวมาตลอด



คยองซูนึกขึ้นได้ว่าเมื่อสักครูนี้มีกระดาษอยู่ในกระเป๋ากางเกงจึงจัดการคลำหากระดาษออกมาคลี่อ่าน และเมื่ออ่านจนจบก็สะดุ้งตกใจกับตัวหนังสือหวัดๆ ที่มีใจความที่น่าสะอิดสะเอียน




"ผมอยากได้ยินเสียงคุณครางจัง... ที่รักของผม ผมมองคุณอยู่ตลอดนะ" อะไรบางอย่างทำให้คยองซูมั่นใจว่าเรื่องเมื่อคืนมันคงไม่ใช่ไอ้โรคจิตที่เพิ่งมาเจอเขา แต่ไอ้บ้ากามคนนี้มันต้องตามเขามาระยะหนึ่งแล้วแน่ๆ มองอยู่ตลอดเวลาเลยอย่างนั้นหรอ ตัดวงให้แคบเข้ามาอีกก็คงจะแสดงว่าไอ้คนที่ก่อเหตุเมื่อคืนมันต้องเป็นใครสักคนในโรงเรียนของเขาแน่ๆ แต่มองตลอดเวลา... หรือว่ามันคนนั้นคือเพื่อนในกลุ่มของเขา?



คยองซูไม่อยากจะเดาต่อให้ปวดหัว ตอนนี้เขาต้องระวังตัวเองมากขึ้น เพราะคนคนนั้นมองเขาอยู่ตลอดเวลา และเขาก็ไม่รู้ว่ามันจะจู่โจมมาทำอะไรเขาแบบเมื่อคืนหรือเปล่า เขากลัว...








TBC.
| ♫~* 619 (six one nine) | COM(0) | | TB(-) |
2014-10-26 (Sun)



Title : baekmin | doll

PG : 17

Author : regenz_ii

Note : แบคหมินเบาๆ ไม่หวือหวานะ น่ารักกก





สิ่งมีชีวิตทุกอย่างก็ล้วนมีเสียงเป็นเอกลักษณ์ของตัวเองทั้งนั้น ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ก็ตามแต่..
แล้วสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีเสียงละ? เป็นใบ้หรือว่าปากถูกเย็บติดกันไว้ หรือว่ามันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่มีชีวิตกันแน่นะ..?




ร้านขายตุ๊กตา


เขามายืนอยู่ที่นี่ทำไมวะ? คำถามลอยๆในหัวนั้นค่อยๆยุบสลายไปเมื่อเจอชานยอลยืนโบกมือหย็อยๆอยู่ในร้าน ไอ้หมอนี่มันมาถึงก่อนเขาตั้งแต่สิบนาทีที่แล้ว ไม่รู้เกิดบ้าอะไรถึงได้ชวนเขามาร้านขายตุ๊กตา...



"ทำไมทำหน้าเหมือนไม่อยากเข้าวะ" พอจะลากแขนอีกคนเข้ามา เพื่อนตัวเล็กกว่าก็เบ้หน้า



"กูไม่ชอบตุ๊กตา"



"แต่เล่นแล้วสนุกนะเว่ย" ชานยอลค้าน เออ สนุกกับผีนะสิ ผู้ชายที่ไหนเขาจะเล่นตุ๊กตาวะ



"แต่แฟนกูกับกูก็ยังปกติดีอะ" ยังมีกิจกรรมให้ทำบ้างตอนกลางคืน



"กูก็ปกติ กูยังซื้อเลย" ร้านเขาจ้างมึงมาขายของให้ก็บอกเหอะ คะยั้นคะยอยังกับว่าถ้าขายให้กูได้ละมึงจะได้เปอร์เซ็นด้วยอย่างนั้นอะ



"คนปกติที่ไหนจะซื้อตุ๊กตายางวะ?"



"ก็คนปกติที่โดนเมียทิ้งไงมึง" ไอ้โย่งนี่พูดไปก็งอหน้างอตา เมียไม่อยู่แค่สองอาทิตย์ถึงกับต้องร้อนตูดวิ่งมาซื้อตุ๊กตายางเลยหรอวะเนี่ย แล้วคนเมียอยู่แบบเขาก็ต้องมาช่วยซื้อเป็นเพื่อนมันใช่มั้ย



"โถ่... แบคฮยอน ก็กูเหงาอ่า.."



"เหงาหรือเงี่ยน" แบคฮยอนตอบแล้วก็ยอมเดินตามเข้ามาในร้านแต่โดยดี ภายในมีตู้เก็บตุ๊กตาผู้หญิงตั้งแต่หน้าตาน่ารักคิคุไปจนถึงสวยแซ่บ แถมไซด์หน้าอกก็คัพซีกันถ้วนหน้า เผลอๆอาจจะอลังการกว่าคัพซีอีกด้วยซ้ำละ



"คุณผู้ชายเลือกตุ๊กตาด้านล่างได้เลยนะครับ ส่วนคุณผู้หญิง..." สองเพื่อนมองหน้ากันงงๆ ก็ทั้งร้านมีผู้ชายแค่สามคนรวมเจ้าของร้าน แล้วผู้หญิงที่ว่านั่นใคร แต่แบคฮยอนรู้สึกว่าผู้หญิงที่ว่านี่ก็คงจะหมายถึงเขา ก็เลยชี้นิ้วเข้าหาตัวเองพร้อมกับสายตางงๆไปหาเจ้าของร้าน



"ครับ คุณนั่นแหละ ตุ๊กตาผู้ชายอยู่ด้านบนครับ" ชานยอลมองเพื่อนที่ทำหน้าหงิกงอใส่เจ้าของร้านแล้วก็อมยิ้มขำ



"เอาน่าแบค มึงขึ้นไปดูเหอะ" ชานยอลผลักไสอีกฝ่ายให้ขึ้นชั้นสองตามเจ้าของร้านไป ซึ่งความจริงแบคฮยอนเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออยู่แล้วละ ขอขึ้นไปเดินดูสักหน่อยคงไม่เสียหลาย ก็เลยตัดสินใจทิ้งชานยอลปล่อยให้มันยืนเลือกอยู่คนเดียวไปแล้วตัวเองก็เดินขึ้นบันไดมา


ด้านบนก็ไม่ต่างอะไรกับข้างล่าง มีตุ๊กตาผู้ชายขนาดตัวมาตรฐานถูกบรรจุในตู้พลาสติกขนาดใหญ่หลายตู้ มีตั้งแต่หล่อเข้มไปจนถึงหน้าหวานปานผู้หญิง



"เดินดูได้เลยนะครับ ชอบตัวไหนก็บอกพนักงานที่นั่งอยู่ได้เลย" เจ้าของร้านชี้นิ้วไปยังพนักงานผู้หญิงที่เหมือนเธอจะกำลังปัดฝุ่นอยู่ใกล้ๆนี้ก่อนที่เจ้าของร้านซึ่งมีท่ามางราวกับพ่อมดในแฮรี่พอตเตอร์นั้นจะขอตัวลงไปเฝ้าเค้าท์เตอร์ร้านตามเดิม
แบคฮยอนก้มหัวขอบคุณหลังจากนั้นจึงเริ่มเดินสำรวจดูบริเวณรอบๆ ตุ๊กตาพวกนี้เหมือนคนที่มีชีวิตอยู่ก็ไม่ผิดเพี้ยน บางตัวดูเหมือนจะหล่อกว่าเขาด้วยซ้ำ เขาควรอายตุ๊กตาดีมั้ย?



ร่างโปร่งเดินเอื่อยๆชมความแปลกใหม่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน แบคฮยอนเดินมาเรื่อยๆจนกระทั่ง...






เขาเจอตุ๊กตาตัวหนึ่ง...






น่ารัก...







ดวงตาพลาสติกเนื้อดีนั้นหวานฉ่ำราวกับเอาคนไปยืนอยู่ตรงนั้น แบคฮยอนจดจ้องจากที่ไกลๆและเริ่มสาวเท้าเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ สองมือเรียวสวยแปะวางบนกระจกที่กั้นไว้ ใบหน้าที่ไม่ใช่คนนั้นยิ้มรูปแบบเดิมตลอดแต่กลับดูน่ารักมากขึ้นจนละสายตาไม่ได้


รูปร่างบอบบางและผิวขาวนวลพ่องตานั้นดึงดูดอย่างหนักเมื่อบนร่างไร้การเคลื่อนไหวนั้นสวมเสื้อเชิร์ตสีดำและกางเกงสแลคสีเดียวกับเสื้อ ผมซอยสั้นที่ทำจากไหมสีดำขลับตานั้นดูนุ่มน่าสัมผัส พวงแก้มสีชมพูอ่อนชวนให้แบคฮยอนเลือดฝาดจนเนื้อเต้น



แบคฮยอน...






พยอน แบคฮยอน....






พาผมไปด้วย...







สองสายตาประสานมองกันอย่างรู้สึกได้ แบคฮยอนไล้มือผ่านกระจกที่กั้นระหว่างเขากับตุ๊กตาทรงสเน่ห์ตัวนี้อย่างหลงใหล ร่างโปร่งละสายตาจากใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นแล้วเลื่อนสายตาไปมองแผ่นโลหะที่สลักชื่อตุ๊กตาแปะเอาไว้ที่หน้าตู้




มินซอก 1993...








"พี่ครับ ผมอยากได้ตัวนี้"









"ไหนมึงบอกไม่อยากได้ไง" ปาร์คชานยอลเอ่ยถามหลังจากขนกล่องขนาดใหญ่มาวางไว้ที่บ้านของเพื่อนตัวเอง แบคฮยอนไหวไหล่แล้วระบายยิ้ม



"จู่ๆก็อยากได้วะ"



"ห้ะ?"



"เหมือนมินซอกบอกกูว่าให้กูพาเขามาด้วย"



"..." ชานยอลมองแบคฮยอนอย่างไม่เชื่อหู เขารู้ว่าตุ๊กตาที่อยู่ในกล่องนี้ชื่อมินซอก แต่แบคฮยอนมันเล่นเรียกซะอย่างกับว่ามินซอกคือสิ่งมีชีวิต



"ระวังนะมึง ตุ๊กตาผีสิง"



"สัดยอล ระวังตุ๊กตามึงเหอะ ไปๆ กลับ" เจ้าบ้านไล่ขนาดนี้ยังอยู่ต่อก็หน้ามึนเกินไปละ
หลังจากส่งชานยอลแล้วแบคฮยอนก็เดินกลับมาที่ห้องของตัวเองแล้วปิดประตูอย่างเบามือ ร่างโปร่งเดินไปหยุดที่หน้ากล่องไม้ขนาดใหญ่ที่มีสลักล็อคไว้อย่างดี เขาค่อยๆเปิดมันออกช้าๆราวกับกลัวว่าจะไปรบกวนมินซอกซึ่งนอนอยู่ในนั้น



"มินซอกของฉัน" ทันทีที่เปิดมาแบคฮยอนก็เอื้อมมือไปจับแก้มนิ่มนั่นอย่างทะนุถนอม และมินซอกก็ยังคงยิ้ม
ราวกับถูกมนต์สะกด แบคฮยอนยิ้มให้กับมินซอกและมินซอกก็ยิ้มให้กับเขา มือสวยค่อยๆช้อนคอนิ่มแล้วดึงให้ร่างเบานั้นลุกออกมาจนพ้นกล่อง



"..." รอยยิ้มของมินซอกค่อยๆกว้างขึ้นและดวงตาที่หวานฉ่ำแต่นิ่งเฉยนั้นค่อยๆหยีลงและเริ่มกระพริบไปมา มือเล็กที่อยู่นิ่งค่อยๆขยับตัวอย่างเชื่องช้า



"เห้ย!!!" กลางดึกเงียบสงัด แบคฮยอนดีดตัวขึ้นนั่งกับเตียงนอนภายในห้องด้วยใบหน้าชื้นเหงื่อไหลเป็นหยด มือสวยรีบคลำหามือถือแล้วมองดูนาฬิกาดิจิตอลบนล็อคสกรีนก่อนจะเร่งปลดล็อคแล้วโทรหาชานยอล แม่งเขาฝันบ้าฝันบออะไรแบบนี้วะ!!



"ไอ้ยอล!!"



"อะไรมึง โทรมาทำไมวะตีสอง"



"ตุ๊กตาที่ซื้อมาแม่งมีชีวิต!!"



"ห้ะ!!"



"กูกลัว ไอ้ยอลมึงมาหากูหน่อย"



"เออ แล้วตอนนี้ตุ๊กตาตัวนั้นอยู่ไหนวะ" เขาจำได้ว่าวางไว้ที่พื้นตรงข้างโซฟาในห้อง แบคฮยอนหันหน้ากลับไปมองแต่ทว่า...





มันหายไป...






จังหวะเดียวกันนั้นเงาดำในมุมมืดของห้องก็ค่อยๆสาวเท้าเข้ามาใกล้ แบคฮยอนเบิกตากว้างด้วยใจที่สั่นรัวราวกับกลองชุด



"พี่แบคฮยอนกลัวผมหรอ" มินซอกอยู่ที่ปลายเตียงและกำลังก้าวขึ้นมา ร่างบอบบางในชุดเดียวกันกับตอนที่ซื้อมานั่นวางมือลงบนขาของแบคฮยอน



"มินซอก"



"พี่เป็นเจ้านายผมนะ อย่ากลัวผมเลย" ใบหน้าน่ารักคลี่ยิ้มอย่างน่ารัก หากแต่ว่า.. แบคฮยอนก็ยังกลัวอยู่ดี



"อย่านะมินซอก" เขาจะขยับตัว แต่เหมือนขาไม่เป็นใจ หนีไม่ได้ ขยับไม่ได้ มีแค่มินซอกที่ค่อยๆขยับขึ้นมานั่งอยู่บนหน้าขาของเขา แบคฮยอนกำลังนั่งเหยียดขายาวโดยมีร่างเบานั่วคร่อมหน้าขา ใบหน้าของมินซอกใกล้ชิดจนได้ยินเสียงลมหายใจ



เสียงลมหายใจ...?




"ผมรักพี่นะ" มินซอกโน้มหน้าลงมาจูบแผ่วเบาก่อนลิ้นน้อยจะแทรกเข้ามา รสชาติอุ่นนั้นราวกับมินซอกมีชีวิต ฝ่ามือนุ่มประคองหน้าแบคฮยอนและมันลึกซึ้งกว่าครั้งไหน แบคฮยอนอนราบลงกับพื้นเตียง ส่วนมินซอกก็วนมืออยู่กับขอบกางเกงนอนของเขาและร่นดึงมันออก ความกลัวในใจตีกันกับอารมณ์ร้อนในตัว มินซอกทำดี...



มืออุ่นขยับเชื่องช้าผลักพาอารมณ์ให้ค่อยๆพุ่งทะยาน แบคฮยอนกัดปากแน่น มินซอกเป็นคนหรือตัวอะไรกันแน่
ปากน้อยที่คุมเครื่องอยู่ค่อยๆปล่อยคายออกมาเมื่อแบคฮยอนที่หลับไหลอยู่นั้นกำลังตื่นขึ้นมา
ร่างขาวแกะกระดุมเสื้อตัวเองแล้วถอดมันออก ก่อนจะร่นกางเกงตัวเองลงครึ่งขาแล้วคลานคร่อมแบคฮยอนไว้
ปากนิ่มไล่จูบหน้าท้องของแบคฮยอนผ่านเสื้อนอนเบาสบาย หากแต่คนใต้ร่างนั้นไม่สบายอย่างเสื้อผ้าหรอก



มินซอกยกสะโพกลงแล้วใช้มืออีกข้างรั้งแบคฮยอนตัวน้อยมาใกล้ ใบหน้าหวานภายใต้ห้องที่มีแสงจากไฟนีออนด้านนอกรำไรนั้นทำเอาแบคฮยอนลืมกลัว ตัวน้อยกดสวนสะโพกตัวเองลงไปแล้วปล่อยเสียงครางรันจวญ เอวบางเริ่มเคลื่อนตัวพร้อมกับเสียงพร่าหวานที่ดังขึ้น จังหวะการขยับนั้นหนักหน่วงขึ้นจนคนที่นอนอยู่เฉยๆต้องกัดฟันผ่อนลมหายใจ
แบคฮยอนถูกห้อมล้อมด้วยความอุ่นจากภายในและแรงบีบรัดต่อเนื่อง





จะไม่ไหวแล้ว...




"อ่ะ..อ้า.. แบคฮยอน" เพียงแค่ถูกเรียกเส้นอารมณ์ก็ขาดพึ่ง หากนี่ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต ก็คงเป็นสิ่งไม่มีชีวิตที่เซ็กซี่ที่สุด ประสบการณ์ความกลัวแต่เสียวสะท้านนี้ยากจะลืม



แบคฮยอนผุดลุกขึ้นนั่งทั้งที่ก่อนหน้านี้ขยับตัวไม่ได้ เขาดันมินซอกลงราบกับเตียงแล้วถอนกายออก หน้ามืดตามัวไปหมด เจ็บส่วนร่างเหมือนมันจะแตกอยู่รอมร่อ แบคฮยอนดึงกางเกงมินซอกออกพ้นข้อขาแล้วขยับเข้าตรงกลาง สองมือแยกขาเรียวเล็กออกกว้างแล้วกดตัวฝังกายเข้าไปใหม่ รู้สึกดียิ่งกว่าตอนมีอะไรกับใครคนอื่นเสียอีก
เสียงครางต่ำๆระบายออกมาเมื่อเริ่มขยับ แบคฮยอนใจร้อนแต่มินซอกก็ร้อนยิ่งกว่า ต่อให้ย้ำกายลงหนักแค่ไหนร่างน้อยก็ไม่บ่นเจ็บว้ำยังครางยาวเหมือนชอบใจ






ทั้งเรียกหาและตอบสนอง






"อ่า.." เสียงฟูกที่ถูกกดย้ำลงซ้ำๆนั่นหยุดลงทันทีหลังจากแบคฮยอนใช้สะโพกมาอย่างหนัก เขาแยกขามินซอกออกอีกครั้งแล้วปล่อยให้ตัวเองตัวเองกระตุกเกร็งอยู่ภายใน โล่งราวกับไม่เคยได้ปลดปล่อยมาก่อน






ปึง!!
แต่ฉับพลันปาร์คชานยอลโพล่พรวดเข้ามาพร้อมกับเปิดสวิตส์ไฟในห้องพลางทำหน้าตกใจสุดขีด ก็เปิดเข้ามาเห็นเพื่อนนั่งแหกขาคนอื่นอยู่บนเตียงแถมยังไม่หลุดจากกันนี่เป็นใครจะไม่ตกใจละ!!



"อะไรกันวะ!!"










สองคนกับอีกหนึ่งคนที่ไม่แน่ใจนักว่าเป็นคนไหม นั่งอยู่ภายใต้ห้องที่เปิดไฟสว่างโร่ ชานยอลกับแบคฮยอนนั่งอยู่บนโซฟา ส่วนมินซอกก็นั่งคลุมผ้าห่มอยู่บนเตียงไม่พูดไม่จา


"ตกลงนายเป็นตัวอะไรกันแน่" แบคฮยอนถามไปยังมินซอกซึ่งอีกฝ่ายก็ยังคงทำหน้าตาไม่รู้เรื่องรู้ราว



"กูว่าคนแน่ๆอะ" แบคฮยอนก็คิดเช่นนั้น แต่ว่าความจริงที่เห็นในตอนแรกมันช่างขัดกับความคิด มินซอกเป็นตุ๊กตา แล้วจะกลายเป็นคนได้ยังไง



"ผมเคยเป็นคนมาก่อนครับ..." แล้วมินซอกก็ยอมเฉลยออกมา แค่เคยน่ะหรอ แสดงว่าตอนนี้ก็เป็น...



"ผมเคยเป็นคนรักของเจ้าของร้านมาก่อน ผมโดนเขาสาปให้ไร้หัวใจและนิ่งเฉยดั่งตุ๊กตา จนผมมาเจอพี่..."



"..."



"หัวใจผมถึงได้กลับมาเต้นอีกครั้ง" แฟนตาซีเกินไปละชีวิต ชานยอลกับแบคฮยอนอึ้งจนอ้าปากค้าง เรื่องแบบนี้ก็มีบนโลกด้วยหรือ มหัศจรรย์เกินไปรึเปล่า



"แล้วพวกเราจะเชื่อได้ยังไงว่าจริง" ชานยอลถาม



"ก็ลองถามพี่แบคฮยอนสิครับ ว่าผมน่ะใช่คนรึเปล่า" จากที่ลองมาเมื่อกี้ก็ไม่ต่างอะไรกับคนเลยละ



"เอ่อ..."



"ว่าไงวะไอ้แบค"



"กูว่า... คนแน่ๆ" คำตอบนั้นเรียกรอยยิ้มจากมินซอกจนต้องแหวกผ้าห่มออกแล้วกระโดดเข้ามาฟัดแบคฮยอนต่อหน้าชานยอ
ลนั่นแหละ


.
.
.



"ผมเป็นของพี่แล้วนะ ห้ามทิ้ง"
ไม่รู้ว่าควรจะดีใจไหมที่จู่ๆก็ได้เมียแบบไม่ทันตั้งตัวเนี่ย หลังจากวันนั้นผ่านมาแบคฮยอนก็พามินซอกไปตรวจร่างกายกับหมอ ซึ่งผลตรวจก็ออกมาว่ามินซอกมีเลือดมีเนื้อมีหัวใจแถมยังสุขภาพดี มินซอกเป็นคน


"ครับ สัญญา" แบคฮยอนดึงตัวมินซอกมากอดไว้แล้วกดจูบเบาๆที่แก้ม




ครืด ครืด ครืด
เสียงสั่นของมือถือดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน แบคฮยอนผละตัวออกแล้วกดรับ ในใจก็แอบด่าเบาๆนะว่าแม่งขัดจังหวะชิบหาย
"โทรมามีอะไรวะจงอิน" เพื่อนสนิทอีกคนที่ไม่เคยถูกกล่าวถึงเลย


"กูได้ตุ๊กตามาเว่ย น่ารักมากเลยอยากให้เห็น"



"อ่อ นี่โทรมาอวด?"



"เออ ชื่อเซฮุนเว่ย"



"มึงซื้อจากไหนอะ"



"ร้านเดียวกับมึงนั่นแหละ" แบคฮยอนได้ยินคำตอบก็หัวเราะกับมินซอกจนปวดท้อง ยินดีด้วยนะคิมจงอิน ขอให้มึงได้เจอเหมือนกู







เจออะไรน่ะหรอ...










ก็รู้ๆกันอยู่นี่...









The end.


easy come easy go มาไวไปไว ฟิคแต่ละเรื่องนี่มัน "PWP" ชัดๆอะ
คึกคะนองเหลือเกิร์ล ในใจก็ว่าจะแต่งพี่แบคเป็นเมะให้ทุกคนเลย
เพื่อความเท่าเทียม ไม่ต้องแย่งกันได้ทุกคน
| ♫~* King Baekhyun | COM(0) | | TB(-) |